บล็อก
เคล็ดลับ ข้อมูลเชิงลึก และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
Past Continuous Tense: ใช้ when และ while เชื่อม 2 เหตุการณ์ในอดีตเข้าด้วยกัน
เมื่อพูดถึงเรื่องในอดีต มักจะมีเหตุการณ์หนึ่งกำลังดำเนินอยู่ และมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นแทรกขึ้นมาทันที โครงสร้าง was/were + V-ing มีไว้เพื่อใช้อธิบายเหตุการณ์ที่ “กำลังดำเนินอยู่” ในขณะนั้น แล้วใช้ when และ while เชื่อมทั้งสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน บทความนี้จะสอนสูตร วิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน พร้อมเคล็ดลับเด็ดที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้ได้ในวินาทีเดียว
Passive Voice ง่ายนิดเดียว: be + Past Participle ควรใช้ตอนไหน?
ไม่ว่าจะอ่านข่าว อ่านคู่มือการใช้งาน หรือคุยเรื่องงาน เราก็พบเจอ Passive Voice ได้ทุกที่ บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจโครงสร้าง be + Past Participle ได้อย่างง่ายดาย ด้วยวิธีการแปลงประโยคใน 3 ขั้นตอน, ตารางเปรียบเทียบในแต่ละ Tense และเคล็ดลับการตัดสินใจอย่าง 'ถ้าผู้กระทำไม่สำคัญ ก็ให้ใช้ Passive' แถมไขข้อข้องใจเรื่องการใช้ by ครบจบในที่เดียว
โครงสร้างประโยคแบบ Participle: แต่งประโยคให้สวยงามด้วยสองรูปแบบท้ายคำ V-ing และ p.p.
อยากรวมประโยคสองประโยคเข้าด้วยกันให้เป็นภาษาอังกฤษที่กระชับและสละสลวยยิ่งขึ้นใช่ไหม? โครงสร้างประโยคแบบ Participle คือคำตอบ เรียนรู้วิธีการลดรูปประโยคย่อยด้วย V-ing (กระทำเอง) และ p.p. (ถูกกระทำ) พร้อมเคล็ดลับการพิจารณาง่ายๆ อย่าง 'ฉันเป็นผู้กระทำหรือเปล่า?' ไม่ว่าจะมีอีกกี่ประโยคก็รับมือได้สบาย พร้อมตัวอย่างการใช้ที่ถูกและผิด และวิธีทดสอบ
uni-, bi-, tri-, multi-: จำ 10 คำศัพท์ได้ในครั้งเดียวด้วย prefix บอกตัวเลข (ซีรีส์เรียนรู้คำศัพท์จากการแยกส่วนประกอบคำ)
ภาษาอังกฤษมีกลุ่ม prefix ที่ "นับเลขได้": uni- คือหนึ่ง, bi- คือสอง, tri- คือสาม, และ multi- คือจำนวนมาก เพียงจำสวิตช์ลับเล็กๆ เหล่านี้ คำศัพท์อย่าง bicycle, triangle และ multimedia ก็จะถูกถอดรหัสออกมาได้อย่างง่ายดายทีละคำ บทความนี้จะพาทุกคนไปจำกลุ่มคำศัพท์ตระกูลตัวเลข 10 คำด้วยกัน พร้อมเผยเคล็ดลับในการแยกแยะ bi- และ semi- ไม่ให้สับสนอีกต่อไป
คำเดียวกัน แค่เปลี่ยนตำแหน่งเน้นเสียง ความหมายก็เปลี่ยน: 10 คู่คำนามและคำกริยาที่มีการเน้นเสียงต่างกัน
REcord และ reCORD สะกดเหมือนกันทุกประการ แต่ความหมายกลับต่างกัน ในภาษาอังกฤษคำสองพยางค์มีกฎเกณฑ์ที่ใช้ได้ดีข้อหนึ่ง คือ คำนามจะเน้นเสียงที่พยางค์แรก ส่วนคำกริยาจะเน้นเสียงที่พยางค์หลัง เมื่อเรียนรู้ที่จะ "ระบุชนิดของคำก่อนเลือกตำแหน่งเน้นเสียง" คุณก็สามารถเข้าใจคู่คำที่พบบ่อยทั้ง 10 คู่นี้ได้ทันที ช่วยให้ทั้งฟังเข้าใจและพูดได้อย่างถูกต้อง
"ช่วยถ่ายเอกสารให้หน่อย" ภาษาอังกฤษไม่ใช่ help me to…: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของคนไต้หวันในการฝืนใช้คำนามเป็นคำกริยา
ในภาษาจีน คำนามหลายคำสามารถนำมาใช้เป็นคำกริยาชั่วคราวได้ เช่น ถ่ายเอกสาร ตัดสินใจ หรือแม้กระทั่ง "เงิน" แต่ประเภทของคำในภาษาอังกฤษมีความตายตัวมากกว่า บทความนี้ใช้การเปรียบเทียบแบบ 「✗ ภาษาอังกฤษแบบจีน → ✓ วิธีพูดที่เป็นธรรมชาติ」 เพื่อช่วยคุณแก้ไขข้อผิดพลาดในการฝืนใช้คำนามเป็นคำกริยาที่คนไต้หวันทำบ่อยที่สุด ให้ประโยคของคุณดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาทันที
Non-defining relative clause: แค่ใส่ comma ความหมายก็เปลี่ยนทันที
ประโยคเดียวกัน แต่การใส่หรือไม่ใส่ comma ทำให้ความหมายแตกต่างกันอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ Non-defining relative clause ผ่านประโยคตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: เมื่อไหร่ที่ควรใส่ comma เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม, ทำไมถึงใช้ that ไม่ได้, และอนุประโยคแบบไหนที่หากตัดออกแล้วจะเกิดปัญหา พร้อมเปรียบเทียบกับ Defining relative clause เพื่อให้คุณจับจุดสังเกตและเข้าใจได้อย่างแม่นยำในครั้งเดียว
un-, in-, im-, dis-: 4 กลุ่ม Prefix ปฏิเสธ เรียนรู้คำตรงข้ามได้ในครั้งเดียว (ซีรีส์เรียนรู้คำศัพท์จากส่วนประกอบคำ)
จำ Prefix ปฏิเสธเพียงตัวเดียว ก็สามารถเก็บคำตรงข้ามได้ทั้งชุดในครั้งเดียว บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจวิธีใช้และวิธีสะกดคำของ un-, in- (รวมถึง im-, il-, ir-) และ dis- พร้อมมอบเทคนิคการจำแบบจับคู่ เพื่อให้คุณเรียนรู้ทีเดียวได้ถึงสองคำอย่าง happy→unhappy และ possible→impossible
have to、must、should: แยกความแตกต่างของ 3 คำที่แปลว่า「ต้อง/ควร」ในภาษาอังกฤษให้เข้าใจชัดเจนในครั้งเดียว
have to, must, should มักถูกแปลเป็นภาษาไทยว่า「ต้อง/ควร」เหมือนกัน จึงทำให้สับสนได้ง่ายที่สุด บทความนี้มีเคล็ดลับง่ายๆ มาช่วยคุณแยกแยะ: กฎระเบียบภายนอกใช้ have to, ตัวเราเองรู้สึกว่าจำเป็นใช้ must, และการให้คำแนะนำใช้ should นอกจากนี้ยังจะมาช่วยแก้ความเข้าใจผิดยอดฮิตระหว่าง mustn't กับ don't have to อีกด้วย