บล็อก
เคล็ดลับ ข้อมูลเชิงลึก และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
remember หรือ remind? กฎ 'ภายใน vs ภายนอก' สำหรับคำว่า 'เตือนฉัน' ที่ห้ามพูดผิดเด็ดขาด
ในขณะที่เราอาจใช้คำว่า 'จำ' และ 'เตือน' สลับกันในบางครั้ง แต่ในภาษาอังกฤษมีการแบ่งแยกอย่างชัดเจน: remember คือการจำได้ด้วยตนเอง (ภายใน) และ remind คือการทำให้จำได้โดยคนอื่น (ภายนอก) ด้วยวิธีการจำแนกที่เข้าใจง่าย พร้อมตารางเปรียบเทียบข้อผิดพลาด ✗→✓ ที่พบบ่อยที่สุด จากนี้ไปคุณจะไม่พูดประโยค 'เตือนฉันให้โทรหา...' ผิดอีกต่อไป
Tag Questions ใช้งานอย่างไร? กฎการสลับขั้ว 'หน้าบอกเล่า หลังปฏิเสธ, หน้าปฏิเสธ หลังบอกเล่า' ข้อเดียวที่จะช่วยให้คุณเข้าใจ …, isn't it?
เมื่อพูดจบประโยคแล้วอยากจะลงท้ายด้วยคำว่า 'ใช่ไหม?' ในภาษาอังกฤษจะใช้ Tag Questions เช่น …, isn't it? บทความนี้จะใช้กฎการสลับขั้วเพื่อช่วยให้คุณจับหลักได้ง่าย ๆ: ถ้าข้างหน้าเป็นบอกเล่าข้างหลังเป็นปฏิเสธ ถ้าข้างหน้าเป็นปฏิเสธข้างหลังเป็นบอกเล่า พร้อมสอนวิธีเลือกใช้คำกริยาช่วยให้ถูกต้อง รวมถึงเคล็ดลับการออกเสียงสูงต่ำอย่าง 'เสียงสูงคือการถามจริง ๆ ส่วนเสียงต่ำคือการขอความเห็นพ้อง' อ่านจบแล้วคุณจะกล้าเติมประโยคคำถามลงท้ายสั้น ๆ นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน
some หรือ any? much หรือ many? วิธีเช็กด่วน 2 ขั้นตอนสำหรับคำบอกปริมาณ
อยากพูดว่า “ฉันมีเพื่อนอยู่บ้าง” หรือ “คุณมีเวลาเท่าไหร่?” แต่กลับสับสนและติดขัดระหว่าง some/any หรือ much/many ใช่ไหม? บทความนี้ใช้ ‘วิธีตัดสิน 2 ขั้นตอน: ดูคำนามนับได้/นับไม่ได้ก่อน แล้วค่อยดูรูปแบบประโยค’ พร้อมตัวอย่างประโยคที่ถูกต้องมากมาย ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องคำบอกปริมาณได้อย่างชัดเจนในครั้งเดียว และพูดได้อย่างมั่นใจไม่ลังเลอีกต่อไป
Present Simple vs Present Continuous: ถามประโยคนี้ก่อน แล้วจะไม่ใช้ผิด
"ฉันเรียนทุกวัน" กับ "ฉันกำลังเรียนอยู่ตอนนี้" ในภาษาอังกฤษดูคล้ายกันแต่เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้จะใช้คำถามง่ายๆ เพียงข้อเดียวช่วยคุณแยกแยะระหว่าง Present Simple และ Present Continuous พร้อมอธิบายเรื่องคำบอกสัญญาณ (Signal words) ข้อยกเว้นของคำกริยาแสดงสภาพ (Stative verbs) และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย อ่านจบแล้วจะเข้าใจและเลือกใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติทันที
Present Perfect Tense (have + กริยาช่อง 3): สรุปแล้วกำลังพูดถึงเวลาไหนกันแน่? แยกแยะได้ในประโยคเดียว
Present Perfect Tense เป็น tense ที่น่าปวดหัวที่สุดสำหรับผู้พูดภาษาจีน เพราะไม่มีโครงสร้างที่ตรงกันโดยสมบูรณ์ในภาษาจีน บทความนี้จะใช้คำถามง่ายๆ อย่าง "ในประโยคมีจุดเวลาในอดีตที่ชัดเจนหรือไม่" เพื่อช่วยให้คุณแยกแยะความแตกต่างระหว่าง Present Perfect Tense และ Past Simple Tense พร้อมทั้งรวบรวมคำบอกเวลาอย่าง for/since และ already/yet ซึ่งหลังจากอ่านจบแล้ว คุณจะเข้าใจได้ทันทีว่ากำลังพูดถึงช่วงเวลาใด
Present Perfect Continuous: ทำมาตลอด ตอนนี้ก็ยังทำอยู่ หรือเพิ่งจะหยุดทำ
have been + V-ing คือ Tense ในภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบาย 'กระบวนการ' ได้ดีที่สุด มันช่วยบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเหตุการณ์นั้นดำเนินมานานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้อาจจะยังทำอยู่ หรือเพิ่งจะหยุดลงแต่ยังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่ บทความนี้จะใช้ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดในชีวิตประจำวัน เพื่อสอนวิธีแบ่งการใช้งานร่วมกับ Present Perfect พร้อมมอบเทคนิคการแยกแยะง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันที
คำบุพบท in / on / at: วิธีเลือกใช้กับเวลาและสถานที่ จำง่ายๆ ด้วยเทคนิคเดียว
in, on, at เป็นสามคำบุพบทที่ใช้บ่อยที่สุดและมักจะเลือกใช้ผิดได้ง่ายที่สุดในภาษาอังกฤษ บทความนี้จะใช้เทคนิคการจำแบบ "จากเล็กไปใหญ่" ร่วมกับประโยคตัวอย่างระดับ A1–A2 เพื่ออธิบายการใช้กับเวลาและสถานที่อย่างละเอียดและชัดเจน พร้อมช่วยคุณแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่พบบ่อยที่สุด
Past Simple Tense: คำกริยาปกติเติม -ed, กริยา be อย่าง was/were และจำ 11 คำกริยาอปกติที่ใช้บ่อยที่สุด
Past Simple Tense ใช้พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 「เมื่อวานนี้ สัปดาห์ที่แล้ว ปีนั้น」 ที่ดูเหมือนง่ายแต่กลับมีกับดักใหญ่ 2 อย่างคือ ท่องจำคำกริยาอปกติได้ไม่แม่นยำ และการลืมเปลี่ยนคำกริยากลับเป็นรูปเดิมเมื่อมี did/didn't บทความนี้จะใช้หลักการสังเกตคำบอกเวลาเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจหลักการเติม -ed ของคำกริยาปกติ และการใช้ was/were ได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งจดจำกลุ่มคำกริยาอปกติที่ใช้บ่อยที่สุดอย่าง go→went และ have→had ทั้งเซ็ต อ่านจบแล้วคุณจะกล้าเปิดปากพูดถึงเรื่องราวในอดีตได้อย่างมั่นใจ
Past Perfect Tense ใช้อย่างไร? เคล็ดลับเดียวเข้าใจเรื่อง 'เหตุการณ์ที่เกิดก่อนในอดีต' ได้ทันที
เมื่อมีสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต จะทำอย่างไรให้คนอื่นมองปราดเดียวก็รู้ว่าเหตุการณ์ไหนเกิดก่อนเกิดหลัง? คำตอบคือ Past Perfect Tense (had + Past Participle) จำเคล็ดลับง่ายๆ นี้ไว้: เหตุการณ์ที่เกิดก่อนใช้ had ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลังใช้ Past Simple Tense เพียงเท่านี้ ลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังก็ชัดเจนทันที