กลับไปยังบล็อก

"ช่วยถ่ายเอกสารให้หน่อย" ภาษาอังกฤษไม่ใช่ help me to…: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของคนไต้หวันในการฝืนใช้คำนามเป็นคำกริยา

"ช่วยถ่ายเอกสารให้หน่อย" ภาษาอังกฤษไม่ใช่ help me to…: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการฝืนใช้คำนามเป็นคำกริยา

ภาษาจีนและภาษาไทยมีความมหัศจรรย์ตรงที่คำอย่าง "ถ่ายเอกสาร" "ตัดสินใจ" เราสามารถนำมาใช้เป็นคำกริยาได้โดยตรง หรือแม้กระทั่งคำนามอย่าง "เงิน" ก็ยังนำมาใช้เป็นคำกริยาชั่วคราวได้ เช่น "ช่วยถ่ายเอกสารให้หน่อย" "ฉันตัดสินใจพรุ่งนี้" หรือ "เธอเงินให้ฉันก่อนสิ" ซึ่งฟังดูลื่นไหลดี ดังนั้น หลายคนเวลาเรียนภาษาอังกฤษจึงมักจะนำตรรกะนี้ไปใช้โดยธรรมชาติ และสร้างประโยคอย่าง Help me copy. หรือ Can you money me? ออกมา

แม้ไวยากรณ์จะดูไม่ผิดมหันต์ และพอจะเดาความหมายได้ แต่เจ้าของภาษาฟังแล้วอาจจะสะดุด ในภาษาอังกฤษ คำนามหลายคำไม่สามารถเปลี่ยนเป็นคำกริยาได้โดยตรง แต่จำเป็นต้องใช้คู่กับ "คำกริยาแสดงอาการ" (Action Verb) เช่น make, lend, improve

ในบทความนี้ เราจะใช้กรอบการเปรียบเทียบ "✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว → ✓ วิธีพูดที่เจ้าของภาษาใช้จริง" มาปรับแก้กันทีละประโยค ประโยคเหล่านี้คือประโยคที่หลายคนมักจะพูดผิดกันบ่อยมาก หลังจากอ่านจบแล้ว คุณจะสามารถเปลี่ยนมาใช้คำพูดที่เป็นธรรมชาติได้ทันที

ทำไมภาษาจีนทำได้ แต่ภาษาอังกฤษทำไม่ได้

มาทำความเข้าใจแนวคิดหลักกันก่อน: ประเภทของคำ (Part of Speech) ในภาษาจีนมีความยืดหยุ่นมาก แต่ในภาษาอังกฤษจะค่อนข้างตายตัว

คำว่า "ตัดสินใจ" ในภาษาจีนและภาษาไทยสามารถเป็นได้ทั้งคำนาม ("การตัดสินใจนี้") และคำกริยา ("ฉันตัดสินใจแล้ว") แต่ในภาษาอังกฤษ decision จะใช้เป็นคำนามเป็นหลัก หากต้องการแสดงการกระทำ "ตัดสินใจ" จะต้องยืมคำกริยาเข้ามาช่วย ซึ่งคำที่พบบ่อยที่สุดคือ make

พูดอีกอย่างก็คือ ก่อนที่คุณจะนำคำนามภาษาอังกฤษมาใช้เป็นคำกริยา ให้หยุดคิดสักนิดแล้วถามตัวเองว่า: การกระทำนี้ ในภาษาอังกฤษต้องใช้คำกริยาตัวไหนนำทาง? ซึ่งคำตอบมักจะเป็นหนึ่งในคำกริยาสารพัดประโยชน์เหล่านี้: make, do, take, have, give, lend

ถ่ายเอกสาร: ใช้ make a copy

นี่น่าจะเป็นประโยคที่ใช้บ่อยที่สุดในออฟฟิศ เวลาจะบอกว่า "ช่วยถ่ายเอกสารให้หน่อย" หลายคนมักจะแปลตรงตัวว่า:

  • Help me copy. ✗ (ฟังดูเหมือน "ช่วยฉันลอกเลียนแบบ" และประโยคไม่สมบูรณ์)
  • Please Xerox this for me. ✗ (Xerox เป็นแบรนด์เครื่องถ่ายเอกสาร คนรุ่นก่อนอาจจะใช้บ้าง แต่ปัจจุบันฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ)

วิธีพูดที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติคือการแยก "การถ่ายเอกสาร" ออกเป็น "make + a copy":

  • Could you make a copy of this for me? ✓ (ช่วยถ่ายเอกสารชุดนี้ให้หน่อยได้ไหม?)
  • I need to make two copies. ✓ (ฉันต้องการถ่ายเอกสารสองชุด)

ขอถือโอกาสนี้แก้จุดผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ "help me to" ด้วย ในภาษาไทยเรามักพูดว่า "ช่วยฉัน..." แล้วตามด้วยคำกริยา แต่ในภาษาอังกฤษ หากไม่พูดว่า help me make a copy (help + คำกริยารูปปกติ (Infinitive without to) ซึ่งจะมีความเป็นภาษาพูดมากกว่า) ก็สามารถถามอย่างสุภาพไปเลยว่า Could you…?

  • Can you help me to copy?
  • Can you help me make a copy? ✓ (ช่วยถ่ายเอกสารให้หน่อยได้ไหม?)

พัฒนา/ก้าวหน้า: การจับคู่คำที่ถูกต้องคือ improve

"ฉันต้องการก้าวหน้าภาษาอังกฤษของฉัน" (I want to progress my English) เป็นประโยคยอดฮิตที่ผิดบ่อยมาก ปัญหาของมันอยู่ที่การจับคู่คำ (Collocation): เจ้าของภาษาเมื่อต้องการสื่อความหมายว่า "ทำให้ภาษาอังกฤษดีขึ้น" จะนิยมใช้คำกริยา improve

  • I want to progress my English.
  • I want to improve my English. ✓ (ฉันอยากพัฒนาภาษาอังกฤษของฉัน)
  • I want to make progress in English. ✓ (ฉันอยากเห็นความก้าวหน้าในภาษาอังกฤษของฉัน)

เคล็ดลับสั้นๆ: หลัง improve สามารถตามด้วยสิ่งของหรือสิ่งที่เราต้องการพัฒนาได้เลย (improve my English) แต่ถ้าอยากใช้ progress ให้ใช้ในฐานะคำนาม โดยใส่ make ไว้ข้างหน้า และตามด้วย in ข้างหลัง (make progress in English) ทั้งสองวิธีนี้ถูกต้อง เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งก็พอ

ตัดสินใจ: คำนามคู่กับ make ส่วนคำกริยาใช้ decide

decision เป็นคำนาม ส่วน decide เป็นคำกริยา หลายคนมักจะสับสนระหว่างสองคำนี้

  • I will decision tomorrow.
  • I will make a decision tomorrow. ✓ (ฉันจะตัดสินใจพรุ่งนี้)
  • I will decide tomorrow. ✓ (ฉันจะตัดสินใจพรุ่งนี้)

ทั้งสองแบบฟังดูเป็นธรรมชาติ ถ้าอยากใช้คำนาม decision ให้ใส่ make ไว้ข้างหน้า แต่ถ้าอยากใช้เป็นคำกริยาโดยตรง ให้ใช้ decide ตรรกะเดียวกันนี้ยังสามารถนำไปปรับใช้กับคำอื่นๆ ได้อีก:

  • make a choice (เลือก) / choose (เลือก)
  • make a plan (วางแผน) / plan (วางแผน)
  • make a mistake (ทำผิดพลาด) —— วลีนี้ต้องใช้ make เท่านั้น ไม่มีคำกริยาเดี่ยวๆ ที่มีความหมายตรงตัว

เงิน: ใช้ lend me money

ประโยคอย่าง "เธอเงินให้ฉันก่อนสิ" (ยืมเงิน) เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษมักจะผิดพลาดได้ง่ายที่สุด เพราะ money เป็นคำนามแท้ ไม่สามารถใช้เป็นคำกริยาได้

  • Can you money me first?
  • Can you lend me some money first? ✓ (คุณช่วยให้ฉันยืมเงินก่อนได้ไหม?)

ขอช่วยให้คุณแยกแยะคำว่า "ยืม/ให้ยืม" สองคำนี้ที่มักจะสับสนกันง่ายๆ อีกครั้ง:

  • lend คือ "ให้ยืม" —— เงินออกจากมือของคุณออกไป เช่น Can you lend me some money? (คุณให้ฉันยืมเงินหน่อยได้ไหม?)
  • borrow คือ "ขอยืม" —— เงินเข้ามาในมือของคุณ เช่น Can I borrow some money? (ฉันขอยืมเงินหน่อยได้ไหม?)

วิธีจำ: lend ออกไป (คิดซะว่า l ย่อมาจาก leave ที่แปลว่าจากไป) ส่วน borrow เข้ามา หากใช้ผิดทิศทาง ความหมายจะสลับกันทันที

ตารางสรุปเปรียบเทียบสำหรับนำไปใช้

สรุปใจความสำคัญจากข้างต้นเป็นสูตรจำง่ายๆ: เมื่อเจอคำนามที่อยากใช้เป็นคำกริยา ให้หาคำกริยาที่เป็นคู่หูของมันก่อน

  • Xerox this ✗ → make a copy of this
  • progress my English ✗ → improve my English ✓ / make progress in English
  • decision tomorrow ✗ → make a decision ✓ / decide
  • money me ✗ → lend me money
  • help me to copy ✗ → help me make a copy

ครั้งต่อไปที่คุณอยากจะฝืนใช้คำนามเป็นคำกริยา ให้ลองถามตัวเองในใจก่อนว่า "คำไหนในบรรดา make / do / take / lend ที่จะมาคู่กับคำนี้?" เพียงเท่านี้โอกาสที่จะพูดได้อย่างถูกต้องก็สูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

ฝึกฝนอย่างไรใน Loopy

ต้นตอของข้อผิดพลาดประเภทนี้เกิดจากการที่เรายังได้ยินประโยคที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติไม่มากพอ สมองจึงต้องใช้ตรรกะภาษาแม่มาทดแทน วิธีการฝึกที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การฟังซ้ำๆ และพูดซ้ำๆ ในเวอร์ชันที่ถูกต้อง เพื่อให้การจับคู่คำอย่าง make a copy หรือ lend me money กลายมาเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติของคุณ

Loopy ได้นำการจับคู่คำที่ใช้บ่อยเหล่านี้ไปใส่ไว้ในประโยคสนทนาจริง คุณจะได้ฝึกพูดตามทีละประโยคในโหมด ฟัง-พูด-ตาม (Shadowing) ซึ่งสิ่งที่ปากของเราจดจำได้จะแม่นยำกว่าสิ่งที่ตาจำเพียงอย่างเดียว เมื่อพบคำที่ไม่แน่ใจ เพียงคลิกเปิด พจนานุกรมในตัว ก็จะเห็นได้ทันทีว่าเป็นคำนามหรือคำกริยา และควรใช้คู่กับคำกริยาตัวใด ประโยคที่เรียนไปแล้วจะถูกส่งต่อไปยังระบบ ทบทวนด้วยเส้นโค้งความจำ เพื่อช่วยจัดเวลาทบทวนให้คุณได้กลับมาเจอประโยคนั้นอีกครั้งในจังหวะที่คุณกำลังจะลืมพอดี หากต้องการทราบว่าตอนนี้ทักษะของคุณอยู่ในระดับใดตั้งแต่ A1 ถึง B1 และควรเริ่มจาก หลักสูตรจัดระดับ ไหน วิธีที่เร็วที่สุดคือการทำแบบทดสอบวัดระดับก่อน