บล็อก
เคล็ดลับ ข้อมูลเชิงลึก และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
แค่จับคอก็รู้: เข้าใจเสียงก้องและเสียงไม่ก้องของ B/P, D/T, F/V, S/Z, K/G ได้ในครั้งเดียว
พยัญชนะในภาษาอังกฤษหลายตัวจริงๆ แล้วจะจับคู่กันมาเป็นคู่ๆ ซึ่งมีรูปปากเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงแค่ว่าเส้นเสียงสั่นสะเทือนหรือไม่เท่านั้น เพียงเรียนรู้เทคนิคง่ายๆ ด้วยการจับลำคอ คุณก็สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง bat กับ pat, fan กับ van ได้อย่างง่ายดาย และยังช่วยให้การออกเสียงท้ายคำของคุณดูเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษาอีกด้วย
V ไม่ใช่ W: ฟันบนแตะริมฝีปากล่าง แยกแยะ V, W, B ได้ในวินาทีเดียว
ออกเสียง very เป็น berry, vine ฟังดูเหมือน wine หรือเปล่า? ปัญหานั้นอยู่ที่ 3 เสียงนี้: V, W และ B บทความนี้จะมาสอนวิธีแยกแยะในวินาทีเดียวผ่านรูปปากและกระแสลม: V คือการใช้ฟันบนแตะริมฝีปากล่างและมีลมเสียดสี, W คือการห่อปากกลมโดยไม่แตะฟัน, และ B คือการเม้มริมฝีปากสนิทแล้วระเบิดลมออกสั้นๆ พร้อมแบบฝึกหัดคู่คำศัพท์ที่สับสนง่ายที่สุด
「Nice day, isn't it?」ต้องออกเสียงสูงหรือต่ำ? น้ำเสียงของ Tag Questions ที่ซ่อนความในใจของคุณไว้
สำหรับประโยคเดียวกันอย่าง Nice day, isn't it? การออกเสียงโทนเสียงสูงหรือต่ำในตอนท้ายมีความหมายแตกต่างกันมาก การออกเสียงสูงขึ้นคือการถามจริงๆ ส่วนการออกเสียงต่ำลงคืออยากได้ยินคุณคล้อยตาม บทความนี้จะใช้การเปรียบเทียบในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจทัศนคติที่ซ่อนอยู่ใน Tag Questions และสามารถออกเสียงได้อย่างถูกต้องด้วยตัวเอง
photo → photography → photographic: กฎการเปลี่ยนตำแหน่ง stress เมื่อเติม -tion, -ic, -ity
เมื่อคำเดียวกันถูกเติมด้วย -tion, -ic, -ity ตำแหน่ง stress มักจะเปลี่ยนไปเลย แค่จำสูตรลัดที่ว่า "ตำแหน่ง stress จะตกอยู่ที่พยางค์ก่อนหน้า suffix นี้" คุณก็สามารถออกเสียงกลุ่มคำอย่าง PHOto, eCONomy, eLECtric ได้อย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามหลักภาษาทันที จับตำแหน่ง stress ได้แม่นยำไม่มีพลาด
ทำไมจับจังหวะภาษาอังกฤษไม่ได้สักที? เพราะคุณกำลัง「นับพยางค์」แต่เจ้าของภาษากำลัง「เคาะจังหวะ」
ทำไมประโยคภาษาอังกฤษเดียวกัน พอใส่คำเพิ่มเข้าไปตั้งหลายคำ แต่เวลาที่ใช้พูดจนจบกลับพอๆ กัน? นั่นเป็นเพราะภาษาอังกฤษมีจังหวะแบบ「เน้นน้ำหนักเสียง」 ซึ่งระยะห่างระหว่างเสียงเน้นจะค่อนข้างเท่ากัน ส่วนภาษาจีนมีจังหวะแบบ「เน้นพยางค์」 ซึ่งแต่ละพยางค์จะได้รับเวลาเฉลี่ยเท่าๆ กัน เมื่อเรียนรู้วิธีพูดภาษาอังกฤษด้วยการเคาะจังหวะ ประโยคของคุณจะดูเป็นธรรมชาติ เข้าใจง่าย และพูดตามได้ง่ายขึ้นทันที
ทำไม k ใน know ถึงไม่ออกเสียง? รวมรายชื่อตัวอักษรไม่ออกเสียงในภาษาอังกฤษและวิธีจำแบบแบ่งกลุ่ม
k ใน know, w ใน write และ b ใน thumb ที่แม้จะเขียนออกมาแต่กลับไม่ต้องออกเสียง มักทำให้หลายคนรู้สึกกังวลเวลาสะกดคำ จริงๆ แล้ว 'ตัวอักษรไม่ออกเสียง' เหล่านี้มักจะปรากฏร่วมกันเป็นกลุ่ม และมีประวัติศาสตร์เบื้องหลังซ่อนอยู่ บทความนี้ได้รวบรวมกลุ่มตัวอักษรทั้ง 6 กลุ่ม ได้แก่ kn-, wr-, -mb, -ght, ps- และ gn- มาไว้ในรูปแบบรายการ เพื่อสอนวิธีจำแบบแบ่งกลุ่มด้วยภาพให้คุณจำได้ขึ้นใจในครั้งเดียว และสะกดคำได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
bit หรือ bet? วิธีฝึกหูด้วยคู่เทียบเสียงขั้นต่ำสำหรับสระเสียงสั้น 5 คู่
มักจะแยกความแตกต่างของสระเสียงสั้น /ɪ/ /ɛ/ /æ/ /ʌ/ ไม่ค่อยออกใช่ไหม? บทความนี้จะใช้เคล็ดลับ "ระดับความสูงของคาง" พาทุกคนไปวิเคราะห์คู่เทียบเสียงขั้นต่ำ 5 คู่ เช่น sit/set, bad/bed, hot/hut และ cap/cup พร้อมอธิบายรูปปากที่ชัดเจนและวิธีทดสอบ 3 วิธี เพื่อช่วยให้ผู้เรียนระดับ A1–B1 ก็สามารถฝึกหูให้แยกแยะเสียงได้อย่างแม่นยำ
banana มี a สามตัว ทำไมถึงออกเสียงเน้นหนักแค่ตัวเดียว? มารู้จักกับ schwa /ə/ สระที่พบได้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ
คุณคิดว่าต้องออกเสียงสระทุกตัวให้ชัดเจนถึงจะถูกต้องตามมาตรฐานหรือเปล่า? จริงๆ แล้ว สระที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษคือ /ə/ ที่ออกเสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน ในคำว่า banana มี a สามตัว แต่มีแค่ตัวตรงกลางเท่านั้นที่ออกเสียงเน้นหนัก ส่วนสระตัวอื่นในคำว่า about, taken, lemon ต่างก็แอบเปลี่ยนเป็นเสียง /ə/ ไปโดยปริยาย บทความนี้จะใช้เคล็ดลับ "หาเสียงเน้นหนัก แล้วผ่อนคลายส่วนที่เหลือ" เพื่อช่วยให้ผู้เรียนระดับ A1–B1 ได้เรียนรู้สระสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนให้ภาษาอังกฤษของคุณดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาทันที
cats, dogs, buses: วิธีออกเสียง -s ทั้ง 3 แบบ (เข้าใจครบจบในครั้งเดียวทั้งรูปพหูพจน์และบุรุษที่สาม)
ทั้งที่เติม -s เหมือนกัน แต่ cats ออกเสียง /s/, dogs ออกเสียง /z/ ส่วน buses กลับมีพยางค์เพิ่มขึ้นมาเป็น /ɪz/ ตรรกะเบื้องหลังเรื่องนี้เป็นระบบเดียวกับ -ed เรียนรู้แล้วจะช่วยให้เข้าใจทั้งรูปพหูพจน์, บุรุษที่สามเอกพจน์ และแสดงความเป็นเจ้าของได้ในครั้งเดียว ไม่ต้องคอยลังเลกับทุกคำอีกต่อไป