some หรือ any? much หรือ many? วิธีเช็กด่วน 2 ขั้นตอนสำหรับคำบอกปริมาณ
คุณอยากจะพูดว่า "ฉันมีคำถามบางข้อ" แต่ในหัวดันคิดขึ้นมาสองแบบ: I have some questions. หรือ I have any questions.? หรืออยากจะถามว่า "คุณมีเวลาเท่าไหร่?" แต่ก็ยังลังเลระหว่าง how much กับ how many คำสั้นๆ เหล่านี้ดูเหมือนง่าย แต่พอจะพูดจริงๆ ทีไรกลับทำให้ลังเลได้มากที่สุด
ข่าวดีก็คือ คำบอกปริมาณ (quantifiers) เหล่านี้มีกฎที่ชัดเจนให้ทำตาม คุณเพียงแค่จำสูตรสั้นๆ นี้ไว้: ดูนามนับได้หรือนับไม่ได้ก่อน แล้วค่อยดูโครงสร้างประโยค แค่จับหลัก 2 ขั้นตอนนี้ได้ คุณก็จะเลือกใช้ some, any, much, many ได้ในเสี้ยววินาที
ขั้นตอนที่ 1: นับได้หรือนับไม่ได้?
คำนามในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ซึ่งนี่เป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกใช้คำบอกปริมาณให้ถูกต้อง
- คำนามนับได้ (countable): สามารถนับเป็นชิ้นๆ ได้ มีทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์ เช่น apple / apples, friend / friends, book / books
- คำนามนับไม่ได้ (uncountable): ไม่สามารถนับโดยตรงได้ มักจะไม่มีรูปพหูพจน์ เช่น water (น้ำ), time (เวลา), money (เงิน), information (ข้อมูล)
เคล็ดลับการพิจารณา: คุณสามารถเติม a / two / three ข้างหน้า แล้วเติม s ข้างหลังได้หรือไม่? ถ้าได้ แสดงว่าเป็นนามนับได้
- two apples ✓ (แอปเปิลสองผล นับได้)
two waters✗ (น้ำนับแบบนี้ไม่ได้ ต้องพูดว่า two glasses of water น้ำสองแก้ว)
คำบางคำเรามักจะเข้าใจผิดได้ง่ายในภาษาไทย เช่น money, advice (คำแนะนำ), homework (การบ้าน), news (ข่าว) ในภาษาอังกฤษคำเหล่านี้เป็นนามนับไม่ได้ทั้งหมด จำไว้ว่าห้ามเติม s เด็ดขาด
- I need some advice. ✓ (ฉันต้องการคำแนะนำบางอย่าง)
I need some advices.✗
ขั้นตอนที่ 2: ดูโครงสร้างประโยค — ประโยคบอกเล่าใช้ some, ประโยคปฏิเสธและคำถามใช้ any
หลังจากยืนยันประเภทของคำนามแล้ว ต่อไปให้ดูว่าประโยคนั้นเป็นประโยคประเภทไหน ความแตกต่างระหว่าง some และ any ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าประโยคนั้นเป็นบอกเล่า ปฏิเสธ หรือคำถาม
ประโยคบอกเล่าใช้ some
- I have some friends in Japan. (ฉันมีเพื่อนอยู่สองสามคนในญี่ปุ่น)
- There is some milk in the fridge. (มีนมบางส่วนอยู่ในตู้เย็น)
ประโยคปฏิเสธและประโยคคำถามใช้ any
- I don't have any money right now. (ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเลยสักนิด)
- Do you have any questions? (คุณมีคำถามอะไรไหม?)
ดังนั้น ประโยค I have any questions. ในตอนต้น จริงๆ แล้วเป็นประโยคบอกเล่า ต้องเปลี่ยนเป็น I have some questions. ถึงจะถูกต้อง เมื่อลองเปรียบเทียบกันก็จะเห็นภาพชัดเจน:
- I have some time today. ✓ (บอกเล่า, ใช้ some)
- I don't have any time today. ✓ (ปฏิเสธ, ใช้ any)
วิธีจำง่ายๆ: any มักจะอยู่คู่กับคำส่งสัญญาณปฏิเสธ/คำถาม เช่น not, do, does เมื่อเห็นคำว่า don't, doesn't, didn't ในประโยค หรือประโยคขึ้นต้นด้วย Do, Does, Did, Is, Are ให้คิดถึง any ก่อนเป็นอันดับแรก
ข้อยกเว้นที่เป็นมิตร: การเสนอและการขอร้องใช้ some
เมื่อคุณเป็นฝ่ายเสนอสิ่งของให้ ชวนใครสักคน หรือขอร้องอย่างสุภาพ แม้ว่าจะเป็นประโยคคำถามก็ให้ใช้ some เพราะในใจคุณคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบว่า "ตกลง"
- Would you like some coffee? (รับกาแฟหน่อยไหมครับ?)
- Can I have some water, please? (ขอน้ำหน่อยได้ไหมครับ?)
วิธีนี้ใช้งานได้จริงมาก ให้จำง่ายๆ ว่า "เลี้ยง/เสนอสิ่งของ หรือขออะไรบางอย่าง ให้ใช้ some" ก็พอ ช่วงแรกๆ พูดผิดไปบ้างก็ไม่เป็นไรเลย มันคือกระบวนการเรียนรู้ตามธรรมชาติ
how much หรือ how many?
เวลาจะถามว่า "เท่าไหร่" ขั้นตอนนี้ให้ย้อนกลับไปใช้เกณฑ์ในขั้นตอนแรกทันที: นามนับได้ใช้ many, นามนับไม่ได้ใช้ much
- many คู่กับคำนามนับได้ (ตามด้วยพหูพจน์):
- How many books do you have? (คุณมีหนังสืออยู่กี่เล่ม?)
- How many people came to the party? (มีคนมากี่คนในปาร์ตี้?)
- much คู่กับคำนามนับไม่ได้:
- How much water do you drink every day? (ในแต่ละวันคุณดื่มน้ำปริมาณเท่าไหร่?)
- How much time do we have? (พวกเราเหลือเวลาเท่าไหร่?)
คู่ที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุดและใช้บ่อยที่สุดก็คือการถามราคา เนื่องจากเงินเป็นนามนับไม่ได้ จึงต้องใช้ how much เสมอ
- How much is this? ✓ (อันนี้ราคาเท่าไหร่?)
How many is this?✗
เคล็ดลับการพิจารณา: ลองนึกย้อนกลับไปที่รูปคำนาม ถ้าคำนั้นเติม s ได้ (books, people) ให้ใช้ many ส่วนถ้าเติม s ไม่ได้ (water, time, money) ให้ใช้ much ซึ่งมันก็คือเทคนิคเดียวกันกับขั้นตอนแรกเลย
สรุปจบในตารางเดียว
เมื่อรวมทั้ง 2 ขั้นตอนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเจอประโยคแบบไหนก็นำไปปรับใช้ได้ทันที:
- ประโยคบอกเล่า + นามนับได้ / นับไม่ได้: ใช้ some ตัวอย่างเช่น I bought some apples and some bread. (ฉันซื้อแอปเปิลมาสองสามผลและขนมปังจำนวนหนึ่ง)
- ประโยคปฏิเสธ / คำถาม + นามนับได้ / นับไม่ได้: ใช้ any ตัวอย่างเช่น Is there any sugar left? (ยังมีน้ำตาลเหลืออยู่ไหม?)
- ถาม "เท่าไหร่" + นามนับได้: ใช้ how many ตัวอย่างเช่น How many emails did you get? (คุณได้รับอีเมลทั้งหมดกี่ฉับบ?)
- ถาม "เท่าไหร่" + นามนับไม่ได้: ใช้ how much ตัวอย่างเช่น How much does it cost? (อันนี้ราคาเท่าไหร่?)
3 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย หลีกเลี่ยงไว้ล่วงหน้าเลย!
- 不要加 s ให้กับคำนามนับไม่ได้:
many informations✗ → much information ✓ (ข้อมูลจำนวนมาก) - อย่าใช้ any ในประโยคบอกเล่า:
I saw any birds.✗ → I saw some birds. ✓ (ฉันเห็นนกจำนวนหนึ่ง) - อย่าใช้ many เวลาถามราคา:
How many is the ticket?✗ → How much is the ticket? ✓ (ตั๋วราคาเท่าไหร่?)
การทำผิดพลาดเรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องปกติมาก แม้แต่เจ้าของภาษาตอนเด็กๆ ก็เคยผิดพลาดเหมือนกัน ยิ่งคุณแก้ให้ถูกต้องบ่อยเท่าไหร่ สัญชาตญาณทางภาษาของคุณก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ฝึกฝนกับ Loopy ได้อย่างไร?
การเข้าใจกฎไวยากรณ์เป็นเพียงขั้นตอนแรก การจะจดจำได้อย่างแท้จริงนั้นต้องอาศัยการพบเจอคำเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประโยคจริง
หลักสูตรแบ่งระดับ ของ Loopy เริ่มต้นตั้งแต่ระดับ A1 โดยนำคำว่า some, any, much, many มาร้อยเรียงอย่างเป็นธรรมชาติในบทสนทนาประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งกาแฟ ถามทาง หรือคุยเรื่องสภาพอากาศ คุณจะได้เจอกับคำเหล่านี้ซ้ำๆ ในสถานการณ์จริง และค่อยๆ สร้างเซนส์ในการเลือกใช้ขึ้นมาเอง ในโหมดฟังและฝึกพูดตาม (shadowing) คุณจะได้พูดตามเจ้าของภาษาอย่างประโยค Do you have any questions?, How much is this? ซึ่งการออกเสียงจะช่วยให้ร่างกายของคุณจดจำได้ดีกว่าการท่องจำในสมองเพียงอย่างเดียว
เมื่อเจอคำที่ไม่มั่นใจ คุณสามารถค้นหาผ่านพจนานุกรมของ Loopy ได้ทันทีเพื่อตรวจสอบว่าเป็นคำนามนับได้หรือนับไม่ได้ ทำให้คุณไม่ต้องมาสะดุดในขั้นตอนแรกอีกต่อไป ประโยคที่คุณเรียนรู้แล้วจะเข้าสู่ระบบทบทวนตามเส้นโค้งความจำ โดยระบบจะแสดงขึ้นมาให้ทบทวนในจังหวะที่คุณกำลังจะลืมพอดี ช่วยตอกย้ำความจำให้แข็งแรงขึ้นอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องคอยท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
ลองทดสอบระดับภาษาของคุณตอนนี้เลย แล้วให้ Loopy ช่วยคุณเริ่มต้นฝึกฝนจากจุดที่เหมาะสมที่สุดกันเถอะ