บล็อก
เคล็ดลับ ข้อมูลเชิงลึก และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
แค่เปลี่ยนจุดเน้นเสียง ความหมายก็เปลี่ยนทันที: การเน้นเสียงเพื่อเปรียบเทียบของ "I said BLUE"
ในภาษาอังกฤษ แม้จะเป็นประโยคเดียวกัน แต่เพียงแค่เปลี่ยนจุดเน้นเสียงไปที่คำต่างกัน ความหมายแฝงของทั้งประโยคก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บทความนี้จะใช้ "I said blue" มาวิเคราะห์การเน้นเสียง 3 รูปแบบ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังเน้นย้ำเรื่องอะไรกันแน่ และสอนวิธีพูดเน้นเสียงให้ตรงจุด
ทำไมเจ้าของภาษาถึงพูดฟังดูเร็วเป็นพิเศษ? ความลับอยู่ที่จังหวะของการเน้นเสียงหนักและเสียงเบา
เจ้าของภาษาพูดฟังดูเร็วเป็นปืนกล แต่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้พูดเร็วขึ้นเลย เพียงแต่เน้นคำสำคัญอย่างชัดเจน และออกเสียงคำทั่วไปอย่าง to, of, and ให้สั้นและเบาลง บทความนี้จะใช้ 「I WENT to the STORE to BUY some BREAD」 เพื่อสอนคุณเกี่ยวกับจังหวะการเน้นเสียงหนักเบาของภาษาอังกฤษ พร้อมแนะนำเทคนิคการเคาะโต๊ะจับจังหวะที่จะช่วยฝึกให้หูของคุณฟังทันความเร็วในการพูดจริง
แม้แต่เจ้าของภาษาก็ยังฟังไม่ชัด? เริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลดรูปเสียง การย่อคำ การเชื่อมเสียง การละเสียง และการกลมกลืนเสียงในครั้งเดียว
ทั้งที่รู้จักคำศัพท์ทุกคำ แต่พอพูดต่อกันกลับกลายเป็นเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่อง? ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หูของคุณ แต่เป็นเพราะเมื่อพูดภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็ว จะมีการลดรูปเสียง การย่อคำ การเชื่อมเสียง การละเสียง และการกลมกลืนเสียง บทความนี้จะใช้ตัวอย่างในชีวิตประจำวันอย่าง an apple, don't you และ next day เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมรอยต่อระหว่างคำถึงหายไป พร้อมเรียนรู้วิธีการฟังและการพูด
blackbird ไม่ใช่ black bird: คำนามประสมควรเน้นเสียงหนักตรงไหน?
คำเดียวกัน แต่การเน้นเสียงหนัก (stress) ไว้ข้างหน้าหรือข้างหลังจะทำให้ความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อเรียนรู้วิธีทดสอบตัวเองว่า 'นี่คือชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่' คุณก็จะสามารถฟังเข้าใจและออกเสียงคำนามประสมอย่าง GREENhouse และ HOTdog ได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้จังหวะการพูดภาษาอังกฤษของคุณดูเป็นธรรมชาติขึ้นในทันที
คู่มือ Comparative และ Superlative ฉบับสมบูรณ์: เมื่อไหร่เติม -er, -est เมื่อไหร่ใช้ more, most
อยากพูดว่า "สูงกว่า, ถูกที่สุด" แต่ไม่รู้ว่าต้องเติม -er, -est หรือใช้ more, most ใช่ไหม? บทความนี้จะใช้เคล็ดลับ "การนับพยางค์" พร้อมด้วยกฎการสะกดคำและการเปลี่ยนรูปนอกเหนือกฎเกณฑ์ ช่วยให้คุณเข้าใจขั้นกว่าและขั้นสุด (Comparative & Superlative) ได้อย่างเคลียร์ชัดในครั้งเดียว และสร้างประโยคภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย
5 รากศัพท์ที่พบบ่อย: รู้จัก port, dict, vis, scrib, struct ปลดล็อกคำศัพท์ได้ทั้งชุดในครั้งเดียว
ท่องศัพท์แล้วก็ลืมอยู่บ่อยๆ ใช่ไหม? จริงๆ แล้ว คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลายคำที่หน้าตาคล้ายกัน เป็นเพราะใช้ "รากศัพท์" ร่วมกันนั่นเอง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 รากศัพท์ที่พบบ่อย ได้แก่ port, dict, vis, scrib, struct ซึ่งแต่ละรากศัพท์เปรียบเสมือนกุญแจที่ช่วยปลดล็อกคำศัพท์ได้ทีละ 5-6 คำ ช่วยให้คุณจำศัพท์เป็น "กลุ่มครอบครัว" ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
there / their / they're และ to / two / too: คำพ้องเสียงที่มักสะกดผิดบ่อยที่สุด แยกแยะได้ทันทีด้วยเคล็ดลับเดียว
ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนผิดหมด — there/their/they're และ to/two/too เป็นคำพ้องเสียงในกลุ่มคำศัพท์พบบ่อยที่สร้างหลุมพรางให้คนสับสนได้ง่ายที่สุด บทความนี้รวบรวมกลุ่มคำที่สับสนง่ายที่สุดมาเป็นคู่ๆ โดยแต่ละกลุ่มจะมีวิธีจำจากความหมายที่ช่วยให้คุณเลือกคำที่ถูกต้องได้ในทันที จากนี้ไปคุณจะไม่ต้องลังเลอีกว่าจะใช้คำไหน
เล่นมือถือไม่ใช่ play phone! จริง ๆ แล้ว 'play' ไม่ได้ใช้ง่ายอย่างที่คุณคิด
คำว่า 'เล่น' เพียงคำเดียวก็ครอบคลุมทุกอย่าง แต่ play ในภาษาอังกฤษนั้นใช้ได้เฉพาะกับกีฬาประเภทลูกบอล เครื่องดนตรี และเกมเท่านั้น แล้วถ้าจะพูดว่าไถโทรศัพท์หรือเล่นคอมพิวเตอร์ล่ะต้องพูดยังไง? บทความนี้จะใช้ประโยคตัวอย่างยอดฮิตที่มักพูดผิดกันบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้คุณใช้ play ได้อย่างถูกต้องทีละประโยค
เปิดไฟปิดไฟอย่าพูดว่า open/close!turn on / turn off ถึงจะเป๊ะแบบเจ้าของภาษา
ในภาษาไทย คำว่า 「เปิด/ปิด」 คำเดียวก็ใช้ได้กับทุกอย่าง แต่ภาษาอังกฤษกลับต้องเปลี่ยนวิธีพูดตามสิ่งที่เราเปิดหรือปิด สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องพูดว่า turn on / turn off ส่วนประตูและหน้าต่างถึงจะใช้ open / close บทความนี้จะเปรียบเทียบ 「✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว → ✓ วิธีพูดแบบเจ้าของภาษา」 ให้เห็นกันจะๆ เพื่อช่วยให้คุณบอกลาข้อผิดพลาดที่เกิดจากอิทธิพลของภาษาแม่ ซึ่งเกือบทุกคนเคยพลาดมาแล้ว ได้ในครั้งเดียว!