เลิกใช้ senior/junior แบบผิดๆ: วิธีพูดคำว่า รุ่นพี่, รุ่นพี่ที่ทำงาน, และเพื่อนร่วมงานอาวุโส เป็นภาษาอังกฤษ
เวลาคุยกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติ คุณอาจจะอยากแนะนำ "รุ่นพี่ที่เข้ามาทำงานในบริษัทก่อนคุณ" แล้วเผลอพูดออกไปว่า He is my senior. อีกฝ่ายถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะนึกว่าคุณกำลังพูดถึง "ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่าคุณมาก" ทั้งที่จริงๆ คุณแค่ต้องการจะบอกว่า "เขาทำงานมานานกว่าฉัน (อาวุโสกว่า)" แต่ความหมายกลับเพี้ยนไปคนละทิศละทางเลย
นี่คือหนึ่งใน false friend (คำลวง) ที่คลาสสิกที่สุดของผู้เรียน ในภาษาของเรา คำว่า "รุ่นพี่, รุ่นพี่ที่ทำงาน, เพื่อนร่วมงานอาวุโส" เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปและเป็นธรรมชาติมาก แต่คำว่า senior ในภาษาอังกฤษ หากนำมาใช้เรียกคนลอยๆ ส่วนใหญ่มักจะหมายถึง "ผู้สูงอายุ" หรือ "ผู้ที่มีตำแหน่งระดับสูง" หากเอามาใช้กับเพื่อนนักเรียนหรือเพื่อนร่วมงานก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้ ในบทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบ "✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว → ✓ วิธีพูดแบบเจ้าของภาษา" กันทีละประเด็น เพื่อปรับปรุงวิธีพูดทั้งในโรงเรียนและที่ทำงานให้ถูกต้องกันครับ
ทำไมเราถึงไม่ควรใช้ senior แทนคำว่า "รุ่นพี่" ตรงๆ
มาทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของ senior ในภาษาอังกฤษกันก่อน แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างจะง่ายขึ้น โดยทั่วไปคำนี้มี 3 วิธีการใช้:
- หมายถึง ผู้ที่มีอายุมาก: senior citizens (ผู้สูงอายุ, วัยเกษียณ)
- หมายถึง ผู้ที่มีตำแหน่งสูง: a senior manager (ผู้จัดการระดับสูง), senior management (ผู้บริหารระดับสูง)
- ใช้เป็น คำคุณศัพท์ เพื่อขยาย คำนาม: a senior colleague (เพื่อนร่วมงานอาวุโส), senior staff (พนักงานอาวุโส)
จุดสำคัญอยู่ที่ข้อสุดท้าย: เจ้าของภาษาคุ้นเคยกับการใช้ senior เป็น คำคุณศัพท์ วางไว้ข้างหน้าคำนาม และแทบจะไม่ใช้คำนี้เรียก "คนใดคนหนึ่ง" ลอยๆ ดังนั้น การพูดว่า "เขาเป็นรุ่นพี่ของฉัน" โดยใช้คำว่า my senior ตรงๆ จะฟังดูแปลกๆ และอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็น "ผู้ปกครอง/ญาติผู้ใหญ่ของฉัน" ได้ง่าย
วิธีจำง่ายๆ: หลัง senior จะต้องมีคำนามตามหลังเสมอ (เช่น colleague, staff, employee) ประโยคถึงจะสมบูรณ์และถูกต้อง
ภาคการทำงาน: รุ่นพี่, เพื่อนร่วมงานอาวุโส
✗ He is my senior in the company.
ประโยคนี้เจ้าของภาษาอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ หรืออาจจะเข้าใจผิดคิดว่า "เขาเป็นคนที่อายุมากกว่าฉันในบริษัท"
- ✓ He's a senior colleague. (เขาเป็นเพื่อนร่วมงานอาวุโส)
- ✓ He's been here longer than me. (เขาทำงานที่นี่มานานกว่าฉัน)
- ✓ He's more experienced than I am. (เขามีประสบการณ์มากกว่าฉัน)
เคล็ดลับ: คำว่า "รุ่นพี่ที่ทำงาน" ในภาษาไทย จริงๆ แล้วซ่อนความหมายไว้สองอย่าง คือ "เข้ามาทำงานก่อน" หรือ "มีประสบการณ์มากกว่า" ในภาษาอังกฤษไม่มีคำศัพท์คำเดียวที่ตรงกับความหมายนี้เป๊ะๆ ดังนั้นให้ อธิบายความหมายนั้นออกมาตรงๆ โดยใช้คำว่า been here longer (อยู่มานานกว่า) หรือ more experienced (มีประสบการณ์มากกว่า)
✗ I'm a junior staff.
ประโยคนี้มีปัญหาอยู่สองจุด จุดแรกคือ staff เป็นสมุหนาม (Collective Noun) ที่หมายถึง "พนักงานทั้งหมด" จึงไม่สามารถใส่ a แล้วพูดว่า "a staff" เพื่อหมายถึงพนักงานคนเดียวได้ จุดที่สองคือ หลายคนชอบใช้ junior เพื่อเรียกตัวเองว่าเป็น "เด็กใหม่" แต่การพูดแบบนี้จะฟังดูแข็งๆ และไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
- ✓ I'm a junior employee. (ฉันเป็นพนักงานรุ่นเยาว์/พนักงานใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก)
- ✓ I'm pretty new here. (ฉันเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน)
- ✓ I just started a few months ago. (ฉันเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่เดือนเอง)
ประโยค I'm pretty new here. ฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุด และเข้ากับโทนเสียงที่เป็นกันเอง ไม่ได้ดูเป็นการด้อยค่าตัวเองในภาษาอังกฤษ จำไว้ว่า: staff เป็นคำนามนับไม่ได้ หากต้องการนับจำนวนคน ให้ใช้คำว่า a staff member หรือใช้คำว่า employee ไปเลยตรงๆ
✗ Ask the seniors.
คุณอยากจะพูดว่า "ไปถามพวกพี่ๆ (รุ่นพี่) สิ" แต่คำว่า the seniors ในภาษาอังกฤษจะทำให้คนนึกถึง "กลุ่มผู้สูงอายุ" หรือ "นักเรียนชั้นปีสุดท้าย"
- ✓ Ask the senior staff. (ลองถามพนักงานอาวุโสดูนะ)
- ✓ Ask the more experienced people. (ลองถามคนที่มีประสบการณ์มากกว่าดู)
- ✓ Ask someone who's been here a while. (ลองถามคนที่ทำงานที่นี่มาสักพักแล้วดู)
ใช้หลักการเดียวกันเลยครับ: senior ต้องมีคำนามตามหลัง (เช่น staff) หรือเปลี่ยนไปใช้คำว่า more experienced people แทนไปเลย เพื่อให้ความหมายชัดเจนและเป็นธรรมชาติที่สุด
ภาคสถานศึกษา: รุ่นพี่, รุ่นน้อง
ชีวิตในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่มักจะใช้ผิดกันเยอะ วัฒนธรรมและระบบการศึกษาของชาติตะวันตกกับเอเชียนั้นต่างกัน หลายครั้งในภาษาอังกฤษไม่มีคำเรียกที่ตรงตัวเป๊ะๆ เลยต้องใช้วิธีอธิบายเอา
✗ She's my senior at school.
ประโยคนี้จะทำให้คนอื่นสับสน เพราะในภาษาอังกฤษจะไม่ใช้คำว่า senior เพื่อเรียก "เพื่อนร่วมสถาบันที่เรียนอยู่ชั้นปีสูงกว่าคุณ"
- ✓ She's in the year above me. (เธอเรียนอยู่ชั้นปีที่สูงกว่าฉันหนึ่งปี)
- ✓ She's an upperclassman. (เธอเป็นนักเรียนรุ่นพี่)
- ✓ She's a year ahead of me. (เธอเรียนนำหน้าฉันอยู่ปีหนึ่ง)
วลีที่ใช้ง่ายและเป็นสากลที่สุดคือ in the year above me (แก่กว่าฉันหนึ่งชั้นปี) และ in the year below me (อ่อนกว่าฉันหนึ่งชั้นปี) วิธีพูดกลุ่มนี้ใช้ได้ทั้งในอังกฤษ ออสเตรเลีย หรือโรงเรียนนานาชาติต่างๆ จำแค่สองประโยคนี้ก็พอใช้งานแล้วครับ
✗ He's my junior at school.
- ✓ He's in the year below me. (เขาเรียนอยู่ชั้นปีต่ำกว่าฉันหนึ่งปี)
- ✓ He's a year behind me. (เขาเรียนตามหลังฉันอยู่ปีหนึ่ง)
ข้อควรระวัง: ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา คำว่า senior และ junior เป็นชื่อเรียกชั้นปีที่เฉพาะเจาะจง โดย senior หมายถึง นักศึกษาปีที่ 4 และ junior หมายถึง นักศึกษาปีที่ 3 (ปี 1 คือ freshman, ปี 2 คือ sophomore) ดังนั้น เมื่อคนอเมริกันได้ยินคำว่า She's a senior. พวกเขาจะเข้าใจทันทีว่า "เธออยู่ปี 4" ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำว่า "รุ่นพี่" เลย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการนำมาใช้แทนกันตรงๆ ถึงผิดพลาดได้ง่าย
วิธีเช็กตัวเองใน 3 วินาที
ครั้งต่อไปที่อยากพูดคำว่า senior/junior ให้ลองทบทวนตามขั้นตอนเหล่านี้ในใจก่อน:
- สิ่งที่เราอยากจะสื่อคือ "อายุมากกว่า" หรือ "ทำงานมานานกว่า/มีประสบการณ์มากกว่า"? ถ้าเป็นอย่างหลัง อย่าใช้คำว่า senior เดี่ยวๆ
- ข้างหลังคำว่า senior มีคำนามตามหลังไหม? ถ้าไม่มี ให้ใส่ colleague/staff/employee เพิ่มเข้าไป
- ถ้าเป็นเรื่องในโรงเรียน/มหาวิทยาลัย ให้ใช้ in the year above/below me ปลอดภัยที่สุด
- ถ้าคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ให้อธิบายความจริงตรงๆ ไปเลย เช่น been here longer, more experienced, pretty new
จำ 4 ข้อนี้ไว้ให้ดี จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการใช้ผิดได้ถึง 90% เลยครับ ถึงแม้จะพูดผิดก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะปกติแล้วเจ้าของภาษามักจะเดาความหมายที่คุณต้องการสื่อได้อยู่แล้ว เพียงแค่ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมาใช้คำพูดที่ธรรมชาติขึ้นทีละนิดก็พอครับ
ฝึกฝนอย่างไรกับ Loopy
ปัญหาของคำลวง (false friend) ประเภทนี้ก็คือ ถึงแม้คุณจะ "รู้" วิธีพูดที่ถูกต้อง แต่พอถึงเวลาต้องพูดจริงๆ ก็อาจจะยังเผลอพูดภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัวตามโครงสร้างภาษาแม่ของตัวเองอยู่ดี วิธีการแก้ไขคือคุณจะต้องได้เจอกับมันซ้ำๆ และได้ทดลองพูดออกมาบ่อยๆ ในสถานการณ์จริง
Loopy ได้รวบรวมวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติ เช่น senior colleague, in the year above me, more experienced ไว้ในบทสนทนาจริงของคอร์สเรียนตามระดับภาษา เพื่อให้คุณได้ซึมซับคำเหล่านี้ในสถานการณ์ที่เหมาะสมกับระดับภาษาของคุณ โดยไม่รู้สึกยากจนเกินไป ในขณะฝึกฝน คุณสามารถใช้โหมดฟังและพูดตามเพื่อออกเสียงทั้งประโยค เพื่อช่วยสร้างความคุ้นชินให้กับกล้ามเนื้อปากและซึมซับความรู้สึกของภาษาที่ถูกต้องเข้าไปในสมองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อเจอคำที่ไม่แน่ใจ เพียงแค่เปิดพจนานุกรมในตัวแอป ก็สามารถเช็กวิธีใช้และประโยคตัวอย่างที่ถูกต้องของคำว่า senior, junior, staff ได้ทันที รวมถึงไขข้อข้องใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าง "คำนามนับได้หรือนับไม่ได้" ส่วนโครงสร้างประโยคที่เรียนไปแล้วก็นำไปทบทวนผ่านระบบ**เส้นโค้งความจำ複習** ซึ่งจะช่วยจัดเวลาทบทวนให้คุณอัตโนมัติในตอนที่คุณใกล้จะลืม ครั้งต่อไปที่คุณอยากพูดถึง "รุ่นพี่" ประโยคอย่าง He's been here longer than me. จะผุดขึ้นมาในหัวก่อนภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัวแน่นอนครับ
มาเริ่มทำแบบทดสอบวัดระดับกันก่อน เพื่อดูว่าทักษะปัจจุบันของคุณอยู่ในระดับไหน แล้วให้ Loopy ช่วยคุณเริ่มต้นจากจุดที่เหมาะสมที่สุดกันเลยครับ