กลับไปยังบล็อก

see, look, watch, hear, listen: คำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการมองและการฟัง คุณใช้ถูกต้องแล้วหรือยัง?

seelookwatchhearlisten:คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการมองและการได้ยิน แยกเป็นสองกลุ่มก็เข้าใจได้ทันที

"เมื่อวานฉันดูหนังที่บ้านเรื่องหนึ่ง" "คุณได้ยินเสียงนั้นไหม" — ในภาษาไทย คำว่า "ดู" หรือ "มอง" ใช้ครอบคลุมเกือบทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับคำว่า "ฟัง" หรือ "ได้ยิน" แต่พอเป็นภาษาอังกฤษ แค่คำว่า "ดู" ก็มีทั้ง seelookwatch ถึงสามคำ ส่วนคำว่า "ฟัง/ได้ยิน" ก็มีทั้ง hearlisten สองคำ จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้เรียนหลายคนจะชะงักเวลาพูด หรือเผลอพูดประโยคอย่าง I'm seeing TV. ออกมาจนเจ้าของภาษาถึงกับงง

ไม่ต้องกังวลไป บทความนี้จะมาแชร์วิธีจำที่ง่ายสุด ๆ: แค่แบ่งพวกมันออกเป็นกลุ่ม "โดยไม่ได้ตั้งใจ" และ "ตั้งใจ" เมื่ออ่านจบแล้ว คุณจะพบว่าคำเหล่านี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

สรุปใจความสำคัญในประโยคเดียว: ไม่ได้ตั้งใจ vs ตั้งใจ

ความแตกต่างของคำเหล่านี้ในภาษาอังกฤษ มีกุญแจสำคัญเพียงคำถามเดียวคือ — มัน "เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ" หรือ "คุณตั้งใจทำมันเป็นพิเศษ"?

  • ไม่ได้ตั้งใจ (เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ): ลืมตาก็มองเห็น see เปิดหูก็ได้ยิน hear คุณไม่ได้ตั้งใจจะทำ แต่มันเกิดขึ้นเอง
  • ตั้งใจ (ทำเป็นพิเศษ): คุณเพ่งความสนใจไปที่สิ่งนั้น look (มองไปที่จุดใดจุดหนึ่ง), watch (เฝ้ามองสิ่งเคลื่อนไหว), listen (ตั้งใจฟัง)

เมื่อลองนำมาจัดเป็นสองกลุ่ม จะเห็นภาพชัดเจนทันที:

ดู / มองฟัง / ได้ยิน
ไม่ได้ตั้งใจ (อัตโนมัติ)seehear
ตั้งใจ (จดจ่อ)look / watchlisten

จำตารางนี้ไว้ แล้วคุณจะสามารถจับผิดข้อผิดพลาดทั่วไปด้านล่างนี้ได้ด้วยตัวเอง

✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว → ✓ สำนวนที่ถูกต้องตามธรรมชาติ

1. การดูทีวีคือ "การตั้งใจเฝ้ามองการเคลื่อนไหว" ต้องใช้ watch

I'm seeing TV now.I'm watching TV now. ✓ (ตอนนี้ฉันกำลังดูทีวีอยู่)

ภาพบนหน้าจอทีวีมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา และคุณก็ตั้งใจนั่งลงเพื่อเฝ้ามองมัน ดังนั้นจึงต้องใช้ watch ส่วนคำว่า see จะค่อนไปทาง "ภาพผ่านเข้ามาในสายตาโดยไม่ได้ตั้งใจ" คุณคงไม่ "เผลอใจลอยดูทีวีไปชั่วโมงหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ" ใช่ไหมล่ะ?

เคล็ดลับ: สิ่งใดก็ตามที่ "เคลื่อนไหว" และคุณ "ตั้งใจจดจ่อดูมัน" เกือบทั้งหมดจะใช้ watch เช่น ดูทีวี, ดูภาพยนตร์, ดูการแข่งขันกีฬา, ดู YouTube

2. การดูภาพยนตร์ที่บ้าน ในรูปอดีตก็ต้องใช้ watched

I saw a movie at home last night.I watched a movie at home last night. ✓ (เมื่อคืนนี้ฉันดูหนังที่บ้านเรื่องหนึ่ง)

ข้อนี้หลายคนมักพลาด เพราะว่า see a movie นั้นมีอยู่จริง แต่มักจะหมายถึงสถานการณ์ที่ไปดูที่โรงภาพยนตร์ ส่วนการดูที่บ้าน คุณกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอ การใช้ watch จึงเป็นธรรมชาติที่สุด

  • ไปโรงภาพยนตร์: I saw a movie last night. ✓ (สถานการณ์ที่เข้าไปในโรงหนัง มักนิยมใช้ see)
  • ดูที่บ้าน: I watched a movie at home.

วิธีจำ: ออกไปดูนอกบ้านที่โรงหนังมักใช้ see นอนขลุกอยู่บนโซฟาที่บ้านใช้ watch

3. เตือนคนอื่นให้ "ตั้งใจฟัง" ต้องใช้ Listen ไม่ใช่ Look

Look! Do you hear that noise?Listen! Do you hear that noise? ✓ (ฟังนะ! คุณได้ยินเสียงนั้นไหม?)

นี่คือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยมากจากความเคยชินของบางภาษา (เช่น การพูดว่า "ดูสิ! ได้ยินไหม") แต่ในสถานการณ์นี้จริงๆ แล้วคุณต้องการให้อีกฝ่ายสนใจ "เสียง" ซึ่งเสียงต้องใช้หูฟัง ดังนั้นคำเริ่มต้นจึงต้องเป็น Listen! หากใช้ Look! จะไม่ตรงกับบริบท

ส่วนคำว่า hear ในครึ่งหลังของประโยคนั้นถูกต้องแล้ว เพราะ "เสียงที่แล่นเข้ามาในหู" เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นประโยค Do you hear that? จึงเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

4. "คุณได้ยินที่ฉันพูดไหม" ให้ใช้ hear

Did you listen what I said?Did you hear what I said? ✓ (คุณได้ยินที่ฉันพูดไหม?)

จุดสำคัญของข้อนี้คือ: สิ่งที่คุณต้องการถามคือ เสียงส่งไปถึงหูของอีกฝ่ายหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของ "ไม่ได้ตั้งใจ/เป็นไปเองโดยอัตโนมัติ" จึงต้องใช้ hear ส่วน listen คือ "การตั้งใจฟัง" ความหมายจะกลายเป็น "คุณได้ใส่ใจฟังที่พูดไหม" ซึ่งมีน้ำเสียงในเชิงตำหนิ และด้านหลังจะต้องตามด้วย to

  • Did you hear what I said? ✓ (คุณได้ยินไหม? เป็นการถามเฉย ๆ ว่าสารส่งไปถึงไหม)
  • Were you listening to me? ✓ (เมื่อกี้คุณได้ตั้งใจฟังฉันพูดอยู่หรือเปล่า? มีน้ำเสียงเชิงตำหนิเล็กน้อย)

ข้อควรระวัง: หลังจากคำว่า listen ถ้ามีกรรมตามหลัง จะต้องใส่ to เสมอ เช่น listen to music ✓, listen music ✗ ส่วนคำว่า hear สามารถตามด้วยกรรมได้ทันที เช่น hear a sound

3 คำถามเช็กความเข้าใจเพื่อนำไปใช้จริง

ครั้งต่อไปที่คุณลังเล ให้ถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้:

  • มันเคลื่อนไหวไหม และฉันตั้งใจเฝ้ามองมันอยู่หรือเปล่า? เคลื่อนไหวและตั้งใจดู → watch (ทีวี, วิดีโอ, การแข่งขัน)
  • ใช้ตาหรือใช้หู? ตา → lookwatchsee, หู → listenhear
  • "เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ" หรือ "ฉันตั้งใจทำเป็นพิเศษ"? อัตโนมัติ → see / hear, ตั้งใจทำ → look / watch / listen

ขอเพิ่มคำเตือนอีกเล็กน้อย: ทิศทางที่ต้องการมองหลังคำว่า look จะต้องใช้บุพบท at ตามหลังเสมอ — Look at this photo. ✓ (ดูรูปนี้สิ) นี่เป็นกฎประเภทเดียวกับการใช้ listen คู่กับ to การจำไปด้วยกันจะช่วยทุ่นแรงได้มากทีเดียว

ฝึกฝนอย่างไรใน Loopy

การรู้กฎเป็นเพียงก้าวแรก การจะใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติต้องอาศัย "การเจอซ้ำ ๆ ในสถานการณ์จริง" Loopy ได้รวบรวม seelookwatchhearlisten เข้าไว้ในบทสนทนาและสถานการณ์การฟังจริง เพื่อช่วยให้คุณแยกแยะความแตกต่างระหว่าง "ไม่ได้ตั้งใจ" และ "ตั้งใจ" ผ่านการฟัง การพูด และการฝึกพูดตาม (shadowing) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ:

  • บทเรียนแบ่งตามระดับ: เริ่มต้นจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันระดับ A1–A2 (การดูทีวี, ฟังเพลง, คุยเรื่องวันหยุดสุดสัปดาห์) คำเหล่านี้จะปรากฏซ้ำ ๆ ในประโยคที่เหมาะกับระดับของคุณ ช่วยให้คุณซึมซับได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ทบทวนตามเส้นโค้งการลืม: หลังจากที่คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง watch และ see ในวันนี้แล้ว Loopy จะจัดตารางทบทวนให้คุณในจังหวะเวลาก่อนที่คุณจะเริ่มลืม เปลี่ยนกฎเกณฑ์จากที่ต้อง "หยุดคิดก่อนพูด" ให้กลายเป็น "พูดออกมาได้โดยสัญชาตญาณ"
  • ฝึกฟังและพูดตาม: ฝึกออกเสียงตามเจ้าของภาษา เช่น I'm watching TV., Listen to me. ให้กล้ามเนื้อปากจดจำวิธีการพูดที่ถูกต้อง ซึ่งจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำแบบเดิม ๆ
  • พจนานุกรมในตัว: เมื่อเจอวลีเฉพาะตัวอย่าง listen to หรือ look at ก็สามารถกดคลิกเพื่อดูตัวอย่างประโยคและการออกเสียงได้ทันที หมดกังวลเรื่องการลืมคำบุพบทเล็ก ๆ เหล่านี้อีกต่อไป

เพียงแบ่งจำทั้ง 5 คำนี้ออกเป็นสองกลุ่ม คุณจะพบว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น ค่อย ๆ ฝึกฝนไป คุณทำได้อย่างแน่นอน