บล็อก
เคล็ดลับ ข้อมูลเชิงลึก และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
ทำไมจับจังหวะภาษาอังกฤษไม่ได้สักที? เพราะคุณกำลัง「นับพยางค์」แต่เจ้าของภาษากำลัง「เคาะจังหวะ」
ทำไมประโยคภาษาอังกฤษเดียวกัน พอใส่คำเพิ่มเข้าไปตั้งหลายคำ แต่เวลาที่ใช้พูดจนจบกลับพอๆ กัน? นั่นเป็นเพราะภาษาอังกฤษมีจังหวะแบบ「เน้นน้ำหนักเสียง」 ซึ่งระยะห่างระหว่างเสียงเน้นจะค่อนข้างเท่ากัน ส่วนภาษาจีนมีจังหวะแบบ「เน้นพยางค์」 ซึ่งแต่ละพยางค์จะได้รับเวลาเฉลี่ยเท่าๆ กัน เมื่อเรียนรู้วิธีพูดภาษาอังกฤษด้วยการเคาะจังหวะ ประโยคของคุณจะดูเป็นธรรมชาติ เข้าใจง่าย และพูดตามได้ง่ายขึ้นทันที
เลิกสับสนระหว่าง spend, take, cost: เรียนรู้วิธีจับคู่คำภาษาอังกฤษสำหรับ "ใช้เวลา" และ "ใช้เงิน" ได้ในครั้งเดียว
ในภาษาไทย คำว่า "ใช้" เพียงคำเดียวครอบคลุมทั้งเวลาและเงิน แต่ในภาษาอังกฤษต้องเลือกคำศัพท์โดยดูจากประธานของประโยค คนเป็นผู้ใช้ใช้ spend, กิจกรรมหรือสิ่งที่ใช้เวลาใช้ take, สิ่งของมีค่าใช้จ่ายหรือราคาใช้ cost มาเรียนรู้วิธีใช้ผ่านการเปรียบเทียบข้อผิดพลาดในการแปลตรงตัวที่พบบ่อยที่สุด เพื่อช่วยให้คุณจำวิธีใช้ได้อย่างแม่นยำในครั้งเดียว
running ทำไมถึงมี n เพิ่มอีกตัว? กฎการเปลี่ยนตัวสะกด 3 ข้อในการเติม -ing / -ed
run เติม -ing เป็น running, make เป็น making, study เป็น studied การเปลี่ยนแปลงตัวสะกดเหล่านี้ล้วนมีหลักเกณฑ์ที่อธิบายได้ เพียงเข้าใจกฎ 3 ข้อ ได้แก่ doubling, silent-e ตัด e, และพยัญชนะ + y เปลี่ยนเป็น i คุณก็จะไม่สะกดคำกริยาผิดอีกต่อไปในแต่ละ tense
อ่านเร็วไปหรือช้าไปก็ไม่ดี: ความเร็วและการเว้นวรรคตอนที่เหมาะสมสำหรับการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ
การอ่านออกเสียงแล้วติดๆ ขัดๆ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการควบคุมความเร็วในการพูดไม่ได้และไม่มีแนวทางในการเว้นวรรคตอน บทความนี้จะบอกเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนว่าควรพูด 'กี่คำต่อวินาที' พร้อมวิธีฝึกจากช้าไปเร็ว และเคล็ดลับการเว้นจังหวะหายใจโดยใช้เครื่องหมายทับเพื่อแบ่งกลุ่มคำตามความหมาย ที่จะช่วยให้ภาษาอังกฤษของคุณฟังดูเป็นธรรมชาติและมีจังหวะจะโคน
ทำไมคำศัพท์ที่เคยท่องจำถึงลืมอยู่เรื่อย? ใช้เส้นโค้งความจำเพื่อบันทึกเข้าสู่ความจำระยะยาว
การท่องจำคำศัพท์แล้วลืมจนหมดเกลี้ยงในอีกไม่กี่วันต่อมาถือเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติของสมอง บทความนี้ใช้ศาสตร์แห่งความจำเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจเส้นโค้งการลืม พร้อมเรียนรู้ 3 วิธีอย่าง "การทบทวนแบบเว้นระยะ" "การระลึกข้อมูลเชิงรุก" และ "การจำศัพท์ผ่านประโยค" เพื่อช่วยให้คำศัพท์เข้าไปอยู่ในความจำระยะยาวได้อย่างแท้จริง
ทำไม k ใน know ถึงไม่ออกเสียง? รวมรายชื่อตัวอักษรไม่ออกเสียงในภาษาอังกฤษและวิธีจำแบบแบ่งกลุ่ม
k ใน know, w ใน write และ b ใน thumb ที่แม้จะเขียนออกมาแต่กลับไม่ต้องออกเสียง มักทำให้หลายคนรู้สึกกังวลเวลาสะกดคำ จริงๆ แล้ว 'ตัวอักษรไม่ออกเสียง' เหล่านี้มักจะปรากฏร่วมกันเป็นกลุ่ม และมีประวัติศาสตร์เบื้องหลังซ่อนอยู่ บทความนี้ได้รวบรวมกลุ่มตัวอักษรทั้ง 6 กลุ่ม ได้แก่ kn-, wr-, -mb, -ght, ps- และ gn- มาไว้ในรูปแบบรายการ เพื่อสอนวิธีจำแบบแบ่งกลุ่มด้วยภาพให้คุณจำได้ขึ้นใจในครั้งเดียว และสะกดคำได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
เลิกสะกดทีละตัวอักษรได้แล้ว: คำศัพท์พบบ่อยต้อง "จำได้ในพริบตา"
คำที่พบบ่อยที่สุดอย่าง the, was, said เหล่านี้ การค่อย ๆ สะกดทีละตัวอักษรกลับยิ่งทำให้คุณอ่านช้าลง พวกมันควรถูกจำได้ในพริบตาเสมือนเป็นรูปภาพรูปหนึ่ง บทความนี้จะสอนวิธีใช้ "การจดจำทั้งคำ" แทน "การสะกดทีละตัวอักษร" ควบคู่ไปกับวิธีการฝึกด้วยแฟลชการ์ดและการทดสอบแบบจำกัดเวลา เพื่อฝึกคำศัพท์พบบ่อยให้กลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านประโยคให้พุ่งสูงขึ้นทันที
เรียน 50 คำไหนก่อนดี? ลำดับการพิชิตตารางคำศัพท์พบบ่อย 5 ระดับที่ดีที่สุด
ภาษาอังกฤษมีคำศัพท์ที่พบบ่อย 250 คำที่ประกอบกันเป็นเนื้อหาส่วนใหญ่ของบทความ การเรียนรู้โดยแบ่งเป็น 5 ระดับตามความถี่ที่ปรากฏจึงเป็นวิธีที่ประหยัดแรงที่สุด บทความนี้จะมอบเป้าหมายการเรียนรู้ของแต่ละระดับ เคล็ดลับการจดจำที่นำไปใช้ได้ทันที และรายการตรวจสอบตัวเอง เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางฉบับสมบูรณ์ในการพิชิตคำศัพท์ที่พบบ่อยของคุณ
bit หรือ bet? วิธีฝึกหูด้วยคู่เทียบเสียงขั้นต่ำสำหรับสระเสียงสั้น 5 คู่
มักจะแยกความแตกต่างของสระเสียงสั้น /ɪ/ /ɛ/ /æ/ /ʌ/ ไม่ค่อยออกใช่ไหม? บทความนี้จะใช้เคล็ดลับ "ระดับความสูงของคาง" พาทุกคนไปวิเคราะห์คู่เทียบเสียงขั้นต่ำ 5 คู่ เช่น sit/set, bad/bed, hot/hut และ cap/cup พร้อมอธิบายรูปปากที่ชัดเจนและวิธีทดสอบ 3 วิธี เพื่อช่วยให้ผู้เรียนระดับ A1–B1 ก็สามารถฝึกหูให้แยกแยะเสียงได้อย่างแม่นยำ