กลับไปยังบล็อก

travel, trip, journey, tour: เข้าใจความแตกต่างของ 4 คำนี้ให้ดีก่อนพูดคำว่า "ท่องเที่ยว"

travel, trip, journey, tour: ก่อนจะพูดเรื่อง "เที่ยว" มาทำความเข้าใจ 4 คำนี้กันก่อน

เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น เพื่อนถามคุณว่าเป็นยังไงบ้าง แล้วคุณก็พูดโพล่งออกไปว่า How was your travel? ✗ แม้อีกฝ่ายจะพอเข้าใจ แต่ประโยคนี้มันฟังดูแปลกๆ อยู่ดี ปัญหาก็คือในภาษาไทยเรามีแค่คำว่า "เที่ยว" หรือ "เดินทาง" แต่ในภาษาอังกฤษกลับมีคำว่า travel, trip, journey, tour สลับกันใช้อยู่ตั้ง 4 คำ

ข่าวดีก็คือ: จริงๆ แล้วหน้าที่ของทั้ง 4 คำนี้ชัดเจนมาก เรียนรู้ครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิต บทความนี้จะใช้ประโยคที่คนส่วนใหญ่ชอบพูดผิดบ่อยๆ มาพาคุณเปลี่ยนจากภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ✗ ไปเป็นคำพูดที่เจ้าของภาษาใช้กันจริงๆ ✓ ทีละประโยค

สรุปหน้าที่ของทั้ง 4 คำในประโยคเดียว

เอาเทคนิคจำง่ายๆ ไปใช้ก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาเจาะลึกกัน:

  • travel: การกระทำหรือพูดถึงในภาพรวม (ชอบเดินทางไปนั่นมานี่, เรื่องของการท่องเที่ยว)
  • trip: การเดินทางแบบไปกลับรอบหนึ่ง (เช่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน)
  • journey: "ระยะเวลาหรือกระบวนการ" เดินทางจาก A ไป B มักให้ความรู้สึกถึงระยะทางหรือเวลาที่ใช้
  • tour: "โปรแกรมเที่ยว" ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า และมีการตระเวนเที่ยวรอบๆ

วิธีจำง่ายๆ: travel ส่วนใหญ่จะใช้เป็นคำกริยา ส่วน trip, journey, tour จะใช้เป็นคำนาม ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือการเอา travel ไปใช้เป็นคำนามนับได้

travel: ใช้เป็นคำกริยา หรือพูดถึง "การเดินทางท่องเที่ยว" ในภาพรวม

วิธีใช้ travel ที่เป็นธรรมชาติที่สุดคือใช้เป็นคำกริยา หรือพูดถึงคอนเซปต์ของ "การเดินทาง" ในภาพรวม โดยทั่วไปแล้วข้างหน้าจะไม่ใส่ a

  • I love travelling. (ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว) ✓
  • I want to travel around Asia next year. (ปีหน้าฉันอยากไปเที่ยวรอบเอเชีย) ✓
  • She travels a lot for work. (เธอต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่นบ่อยๆ) ✓

เมื่อใช้เป็นคำนาม travel จะเป็นคำนามนับไม่ได้ที่เป็นแนวคิดเชิงนามธรรม เช่น travel insurance (ประกันการเดินทาง), air travel (การเดินทางทางอากาศ) ดังนั้นคุณจึงจะไม่พูดว่า a travel หรือ two travels

✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว: I had a good travel to Japan. ✓ วิธีพูดที่ถูกต้อง: I had a great trip to Japan. (ฉันไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสนุกมาก)

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการพูดถึง "ทริปการเดินทางที่เป็นรูปธรรมครั้งใดครั้งหนึ่ง" คุณต้องเปลี่ยนไปใช้ trip

trip: ทริปเดินทางแบบ "ไปกลับ"

trip เป็นคำที่พวกเราจำเป็นต้องจำไปใช้ให้แม่นที่สุด ขอแค่เป็นทริปที่มีความเฉพาะเจาะจง มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เกือบทั้งหมดจะใช้ trip

  • We're planning a trip to Kyoto. (พวกเรากำลังวางแผนไปเที่ยวเกียวโต) ✓
  • It was a short business trip. (มันเป็นทริปไปทำงานสั้นๆ) ✓
  • Have a nice trip! (เดินทางท่องเที่ยวให้สนุกนะ!) ✓

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดมักจะอยู่ในช่วงที่ทักทายหรือแชร์เรื่องราวการเดินทาง:

✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว: How was your travel? ✓ วิธีพูดที่ถูกต้อง: How was your trip? (ทริปนี้เป็นยังไงบ้าง/เที่ยวสนุกไหม?)

✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว: I'm so excited about my next travel. ✓ วิธีพูดที่ถูกต้อง: I'm so excited about my next trip. (ฉันตื่นเต้นกับทริปต่อไปของฉันมากๆ)

เคล็ดลับการสังเกต: ถ้าในประโยคสามารถนับเป็น "หนึ่งทริป สองทริป" ได้ ให้ใช้ trip คำที่ข้างหน้าเติม a ได้ และข้างหลังบอกจำนวนวันได้ เกือบทั้งหมดจะใช้ trip

journey: เน้นที่ "กระบวนการ" และ "ระหว่างทาง"

journey จะเน้นย้ำไปที่ช่วงเวลาหรือกระบวนการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง มักจะมีความเกี่ยวข้องกับระยะทาง เวลา หรือแม้แต่ความยากลำบากและความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

  • The journey from Taipei to Tokyo takes about three hours. (การเดินทางจากไทเปไปโตเกียวใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง) ✓
  • It was a long journey, but the view was worth it. (มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่ทิวทัศน์ที่ได้เห็นก็คุ้มค่า) ✓

journey มักถูกนำมาใช้ในการอุปมาอุปไมยด้วยเช่นกัน เช่น "เส้นทางชีวิต" หรือ "กระบวนการเรียนรู้":

  • Learning English is a journey, not a race. (การเรียนภาษาอังกฤษคือการเดินทางที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การวิ่งแข่ง ค่อยๆ เดินไปได้สบายๆ) ✓

ความแตกต่างระหว่าง trip และ journey ก็คือ: trip จะมองภาพรวมของ "การออกไปเที่ยวครั้งนั้นทั้งหมด" ส่วน journey จะมองเฉพาะ "ช่วงเวลาที่ใช้เดินทางเคลื่อนที่" ดังนั้นคุณจึงพูดว่า a five-day trip (ทริป 5 วัน) แต่ถ้าพูดถึงเวลาที่เดินทางจะพูดว่า the journey there took five hours (การเดินทางไปที่นั่นใช้เวลาห้าชั่วโมง)

✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว: The trip from the airport to the hotel was very long. ✓ วิธีพูดที่ถูกต้อง: The journey from the airport to the hotel was very long. (ระยะเวลาเดินทางจากสนามบินไปโรงแรมยาวนานมาก)

tour: ทัวร์ที่มีการจัดโปรแกรม หรือการเที่ยวชมรอบๆ

tour คือโปรแกรมที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า มีการตระเวนเที่ยวชมจุดต่างๆ และสุดท้ายมักจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น เช่น ทัวร์แบบกรุ๊ปทัวร์ การเที่ยวชมพร้อมไกด์ หรือการทัวร์คอนเสิร์ต

  • We went on a three-day tour of the island. (พวกเราไปร่วมทริปทัวร์รอบเกาะสามวัน) ✓
  • The guide gave us a tour of the old town. (ไกด์พาพวกเราเดินชมเมืองเก่า) ✓
  • The band is on a world tour. (วงดนตรีวงนั้นกำลังทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก) ✓

ดังนั้น "โปรแกรมทัวร์ 3 วันที่ไปกับกลุ่ม" จะต้องใช้ tour:

✗ ภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว: We went on a three-day travel. ✓ วิธีพูดที่ถูกต้อง: We went on a three-day tour. (พวกเราไปเที่ยวทัวร์แบบ 3 วัน)

เคล็ดลับการสังเกต: ถ้ามีคนนำทาง มีการจัดตารางเส้นทาง และเดินทางแบบ "วนรอบ" เพื่อชมจุดต่างๆ หลายจุด ให้ใช้ tour แต่ถ้าไปเที่ยวเองแบบแบคแพค หรือเดินทางไปกลับเฉยๆ ให้ใช้ trip ก็พอ

ตารางเปรียบเทียบด่วน

ลองนำประโยคที่สับสนได้ง่ายที่สุด 4 ประโยคนี้มาวางคู่กัน อ่านทบทวนสักนิดก่อนเดินทางไปต่างประเทศ:

  • ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว (เรื่องของการเที่ยว) → I love to travel.
  • ไปเที่ยวญี่ปุ่นทริปหนึ่ง → a trip to Japan ✓ (เลือกใช้ trip หลีกเลี่ยง a travel)
  • ระยะเวลาเดินทางอันยาวนานจากสนามบินไปโรงแรม → a long journey
  • ทัวร์ท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ สามวัน → a three-day tour

แค่ถามตัวเองก่อนว่า: "เรากำลังพูดถึงการกระทำ, ทริปแบบไปกลับ, ระหว่างเดินทาง หรือทัวร์ที่มีการจัดโปรแกรมไว้แล้ว?" คำตอบที่ถูกต้องก็จะปรากฏออกมาเอง

วิธีฝึกฝนกับ Loopy

การทำความเข้าใจกฎเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น แต่การจะทำให้การใช้ trip, journey, tour กลายเป็นสัญชาตญาณ คุณจำเป็นต้องพบเจอมันซ้ำๆ ในประโยคที่ใช้งานจริง Loopy ได้นำคำศัพท์ที่พบบ่อยเหล่านี้มาบรรจุไว้ในบทเรียนแยกตามระดับสำหรับการท่องเที่ยวและบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนในระดับ A1–B1 จะได้ยินวิธีที่เจ้าของภาษาใช้คำเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสถานการณ์ที่เหมาะสมกับระดับภาษาของคุณ

  • บทเรียนแยกตามระดับ: เริ่มต้นจากประโยคที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันทีอย่าง Have a nice trip! โดยระดับความยากจะปรับเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของคุณ
  • การฟังและฝึกพูดตาม (Shadowing): พูดตามเจ้าของภาษาในประโยคอย่าง How was your trip? เพื่อฝึกกล้ามเนื้อปากให้คุ้นชินกับการออกเสียงที่ถูกต้อง
  • ทบทวนด้วยเส้นโค้งความจำ: เมื่อคุณจำความแตกต่างระหว่าง trip และ journey ได้ในวันนี้ Loopy จะจัดตารางทบทวนให้คุณโดยอัตโนมัติในตอนที่คุณเกือบจะลืม ทำให้จำได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • พจนานุกรม: เมื่อเจอคำว่า tour หรือ journey แล้วไม่แน่ใจ ก็สามารถค้นหาเพื่อดูการออกเสียง ประโยคตัวอย่าง และคำอธิบายภาษาไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ครั้งต่อไปที่มีคนถามคุณว่า How was your trip? คุณจะพบว่าตัวเองสามารถตอบกลับไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ มารับการทดสอบวัดระดับของคุณตอนนี้เลย เพื่อให้ Loopy ช่วยคุณเลือกจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด