กลับไปยังบล็อก

กินยาไม่ใช่ eat medicine! 「take」ต่างหากคือคำกริยาสารพัดประโยชน์ที่คนไต้หวันขาดมากที่สุด

กินยาไม่ใช่ eat medicine! “take” ต่างหากคือคำกริยาสารพัดประโยชน์ที่คนไทยมักจะขาดไป

เมื่อเป็นหวัดไปหาหมอ แล้วพอกลับบ้านอยากบอกเพื่อนต่างชาติว่า "ฉันต้องกินยาทุกเช้า" หลายคนมักจะพูดออกไปทันทีว่า I eat medicine. แม้อีกฝ่ายจะฟังเข้าใจ แต่เขาก็จะรู้สึกแปลกๆ ปัญหาคือเราแปลคำว่า "กิน" เป็น eat โดยตรง แต่ในภาษาอังกฤษ "กินยา" จะใช้คำกริยาอีกคำหนึ่ง

อุปสรรคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณเก่งภาษาอังกฤษหรือไม่ แต่มันเป็นเพียงเพราะวิธีการแบ่งหน้าที่ของคำกริยาในภาษาไทยกับภาษาอังกฤษนั้นแตกต่างกัน ภาษาไทยใช้คำกริยาต่างกันสำหรับ "กินยา, วัดไข้, ถ่ายรูป" แต่ภาษาอังกฤษมักจะใช้เพียงคำว่า take คำเดียวก็จัดการได้หมด วันนี้เราจะใช้การเปรียบเทียบระหว่าง "✗ แปลตรงตัว → ✓ วิธีพูดแบบเจ้าของภาษา" เพื่อช่วยเพิ่มคำกริยาสารพัดประโยชน์อย่าง take กลับเข้าไปในคลังคำศัพท์ของคุณ

ทำไมต้องใช้ take

คำว่า "กิน" ในภาษาไทย สามารถใช้กับอะไรก็ได้ที่ใส่เข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นกินข้าว, กินยา, หรือกินลูกอม แต่ในภาษาอังกฤษ eat จะเจาะจงเฉพาะ "การเคี้ยวอาหาร และการกลืนอาหารเพื่อเป็นสารอาหาร" ส่วนยาจะจัดอยู่ในอีกหมวดหมู่หนึ่ง ดังนั้นเจ้าของภาษาจึงใช้ take

  • I eat medicine every morning.
  • I take medicine every morning.(ฉันกินยาทุกเช้า)

วิธีจำง่ายๆ ก็คือ: ยาต้องใช้คำว่า "รับประทาน" หรือ "ทาน" ในภาษาไทยเราก็มีคำว่า "รับประทานยา" หรือ "ทานยา" ซึ่งคำว่า take จะตรงกับกิริยาอาการนี้พอดี ครั้งต่อไปที่อยากพูดว่ากินยา ให้ลองเปลี่ยนคำว่า "กิน" ในหัวเป็นคำว่า "ทาน" หรือ "รับประทาน" แล้วคุณจะนึกถึงคำว่า take ได้อย่างเป็นธรรมชาติเอง

ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ หรือวิตามินก็ใช้เหมือนกัน:

  • Did you eat your pills?
  • Did you take your pills?(คุณกินยาหรือยัง)
  • Remember to take your vitamins.(อย่าลืมกินวิตามินนะ)

take your temperature:วิธีพูดคำว่า "วัดไข้" แบบเจ้าของภาษา

เมื่อพูดถึง "วัดไข้/วัดอุณหภูมิ" หลายคนมักจะนึกถึงคำว่า measure เพราะในตำราเรียนสอนว่า measure แปลว่า "วัด/วัดขนาด" ในทางไวยากรณ์แล้ว measure ไม่ได้ผิดอะไร แต่สำหรับเจ้าของภาษาแล้ว เมื่อต้องวัดอุณหภูมิร่างกาย, วัดความดันโลหิต หรือวัดชีพจร พวกเขามักจะใช้คำว่า take จนเป็นนิสัย

  • Let me measure your temperature.
  • Let me take your temperature.(เดี๋ยวฉันวัดไข้ให้นะ)

คำว่า measure จะให้ความรู้สึกเหมือน "การใช้ไม้บรรทัดวัดอย่างแม่นยำ" ส่วน take ในที่นี้จะคล้ายกับการ "วัดเพื่อเก็บค่าตัวเลข" ในสถานการณ์ที่ไปพบแพทย์หรือพยาบาลวัดไข้ให้ มักจะใช้คำว่า take เกือบทั้งหมด

ซึ่งสามารถใช้กับค่าสัญญาณชีพอื่นๆ ได้เช่นกัน:

  • The nurse took my blood pressure.(พยาบาลวัดความดันโลหิตให้ฉัน)
  • Let me take your pulse.(เดี๋ยวฉันวัดชีพจรให้นะ)

take a photo:กับดักเล็กๆ ของการถ่ายรูป

ทุกคนรู้ดีว่าการถ่ายรูปใช้คำว่า take แต่จุดที่คนไทยมักจะใช้ผิดกันบ่อยๆ คือคำบุพบทที่ตามหลังมา เมื่อคุณอยากขอให้ใครสักคน "ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย" หลายคนมักจะพูดว่า:

  • Can you take a photo for me?
  • Can you take a photo of me?(ช่วยถ่ายรูปฉันให้หน่อยได้ไหม)

คีย์สำคัญอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง for และ of ประโยค take a photo of me หมายถึง "ถ่ายภาพที่มีตัวฉันเป็นแบบ" ซึ่งก็คือมีคุณอยู่ในเฟรมภาพ ส่วน take a photo for me หากแปลตรงตัวจะหมายถึง "ถ่ายรูปแทนฉัน/เพื่อฉัน" ฟังดูเหมือนคุณขอให้อีกฝ่ายช่วยกดชัตเตอร์ให้ แต่ไม่มีคุณอยู่ในภาพนั้น (เช่น ให้ช่วยถ่ายรูปวิวให้หน่อย) ดังนั้น หากอยากได้รูปตัวเองหรืออยากให้ตัวเองอยู่ในภาพ ให้ใช้ of เสมอ

เคล็ดลับในการจำ: หลัง of จะตามด้วย "คนหรือสิ่งของที่อยู่ในรูปภาพ"

  • I took a photo of the sunset.(ฉันถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน)
  • Can you take a photo of us?(ช่วยถ่ายรูปคู่/รูปพวกเราให้หน่อยได้ไหม)

แถมให้อีก 3 วิธีใช้ take ที่เจอบ่อยสุดๆ

พลังของคำว่า take อยู่ที่ความหมายเชิง "รับมา, ดำเนินการ, หรือใช้จ่าย/ใช้เวลา" และ 3 ข้อต่อไปนี้ก็เป็นจุดที่คนไทยมักจะแปลตรงตัวจนผิดพลาดเช่นกัน:

  • I want to sit the bus. → ✓ I want to take the bus.(ฉันอยากนั่งรถเมล์)การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะจะใช้ take
  • Let's rest a break. → ✓ Let's take a break.(พวกเราพักกันสักหน่อยเถอะ)"พักสักครู่" จะใช้คู่กับ take a break เสมอ
  • How much time does it spend? → ✓ How long does it take?(อันนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน)การใช้เวลาจะใช้ take โดยมีประธานเป็นสิ่งหรือกิจกรรมนั้นๆ

เมื่อนำประโยคเหล่านี้มาเชื่อมโยงกัน คุณจะพบว่า take ครอบคลุมความหมายตั้งแต่ "ทานยา, วัดค่า, นั่งรถ, ดำเนินการ, ไปจนถึงใช้เวลา" ซึ่งในภาษาไทยต้องใช้คำกริยาที่หลากหลายมาก มันจึงเป็นคำกริยาสารพัดประโยชน์ในภาษาอังกฤษที่คุณควรฝึกฝนให้คล่องแคล่วก่อนเป็นอันดับแรก

สรุปไว้ในตารางเดียว

ภาษาไทย✗ แปลตรงตัว✓ พูดแบบเจ้าของภาษา
กินยาeat medicinetake medicine
วัดไข้measure your temperaturetake your temperature
ช่วยถ่ายรูปให้ฉันtake a photo for metake a photo of me
นั่งรถเมล์sit the bustake the bus
พักสักครู่rest a breaktake a break

ไม่จำเป็นต้องท่องจำทั้งหมดในครั้งเดียว ลองเลือกสถานการณ์ที่คุณใช้บ่อยที่สุดก่อน เช่น "กินยา" แล้วพยายามตั้งใจใช้คำว่า take ทุกครั้งที่ต้องพูดในสัปดาห์นี้ เมื่อเริ่มคุ้นชินแล้วค่อยขยับไปฝึกคำถัดไป

ฝึกฝนอย่างไรใน Loopy

การรู้กฎเกณฑ์เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น หากต้องการพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุณจำเป็นต้องพบเจอมันซ้ำๆ ในสถานการณ์จริง Loopy ได้นำคำกริยาสารพัดประโยชน์อย่าง take ไปใส่ไว้ในบทสนทนาที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการไปหาหมอ, วัดไข้, หรือการถ่ายรูปกับเพื่อนๆ คุณจะได้ยินซ้ำๆ ว่าเจ้าของภาษาใช้คำเหล่านี้อย่างไร

  • คอร์สเรียนตามระดับ:เลือกบทสนทนาที่มีระดับความยากง่ายพอดีกับระดับภาษา A1–B1 ของคุณ โดยวิธีใช้ take ในรูปแบบต่างๆ จะปรากฏขึ้นในประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับสถานการณ์จริง ซึ่งช่วยให้จำได้ง่ายกว่าการท่องจำจากตารางคำศัพท์เดี่ยวๆ
  • ฝึกฟังและพูดตาม:ฝึกออกเสียงตามประโยคของเจ้าของภาษา เช่น Let me take your temperature. เพื่อให้ร่างกายและปากของคุณคุ้นชินกับสำนวนที่ถูกต้อง แล้วครั้งต่อไปที่คุณต้องการพูด คำว่า take จะหลุดออกมาจากปากอย่างเป็นธรรมชาติเอง
  • ทบทวนด้วยเส้นโค้งการลืม:สำหรับประโยค take a photo of me ที่คุณเพิ่งเรียนรู้ในวันนี้ ระบบจะแจ้งเตือนให้คุณกลับมาทบทวนอีกครั้งในช่วงเวลาที่คุณกำลังจะลืม เพื่อให้จดจำคำนี้ได้อย่างแม่นยำในระยะยาว
  • พจนานุกรม:เมื่อคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับโครงสร้างคำศัพท์ คุณสามารถค้นหาตัวอย่างประโยคและวิธีการใช้ take เพื่อไขข้อข้องใจได้ทันที

เริ่มต้นด้วยคำว่า take เพียงคำเดียว แล้วคุณจะพบว่าภาษาอังกฤษของคุณจะเริ่มพูดได้เหมือนเจ้าของภาษามากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป คุณทำได้อย่างแน่นอน