กลับไปยังบล็อก

interested หรือ interesting? ทำความเข้าใจ 「คำคุณศัพท์ + คำบุพบท」 ที่ผู้เรียนมักใช้ผิดบ่อยที่สุดให้กระจ่างในครั้งเดียว

interested หรือ interesting? ทำความเข้าใจ "คำคุณศัพท์ + คำบุพบท" ที่ผู้เรียนมักใช้ผิดบ่อยที่สุดให้แจ่มแจ้งในครั้งเดียว

เมื่อคุณต้องการพูดว่า "ฉันสนใจเรื่องดนตรีมาก" คุณอาจจะคิดเป็นภาษาไทยในหัวก่อน แล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษทีละคำ จนหลุดปากพูดออกมาว่า I'm interesting in music. แม้ว่าไวยากรณ์จะดูสมเหตุสมผล แต่ชาวต่างชาติฟังแล้วจะรู้ทันทีว่านี่คือภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว

ปัญหาอยู่ตรงไหน? ในภาษาไทย คำบุพบทที่ใช้ตามหลังคำคุณศัพท์แทบจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ไม่ว่าจะ "สนใจในดนตรี" หรือ "กังวลเรื่องการสอบ" ก็มักใช้แนวคิดที่คล้ายกัน แต่ในภาษาอังกฤษ คำคุณศัพท์แต่ละคำจะมีคำบุพบทที่ "ผูกติด" กันอยู่อย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งหลายครั้งก็ไม่มีเหตุผลรองรับ ทำให้เราต้องจำไปเป็นชุดๆ เท่านั้น

ข่าวดีก็คือ วลีที่ผู้เรียนมักใช้ผิดนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ชุดที่พบบ่อย วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันแบบ "✗ ประโยคที่มักใช้ผิด → ✓ ประโยคที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ" ทีละข้อ เพื่อให้คุณจดจำชุดคำที่ผิดบ่อยที่สุดเหล่านี้ได้

กับดักอันดับ 1: interested หรือ interesting?

ชุดนี้มีการใช้ผิดพร้อมกันถึงสองจุด จึงขอหยิบมาพูดถึงเป็นอันดับแรก

  • I'm interesting in music.
  • I me interested in music. (ฉันสนใจเรื่องดนตรี)

ข้อผิดพลาดแรก: interested หรือ interesting

  • interested = รู้สึกสนใจ (ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวคน)
  • interesting = น่าสนใจ (สิ่งนั้นมีความน่าสนใจในตัวเอง)

ดังนั้น เมื่อประธานเป็นคน เราจึงมักใช้ interested:

  • I'm interested in this course. ✓ (ฉันสนใจคอร์สนี้)
  • This course is interesting. ✓ (คอร์สนี้น่าสนใจ)

วิธีทดสอบง่ายๆ: ถ้าคุณหมายถึง "ฉันรู้สึก..." โดยมีประธานเป็นคน ให้ใช้รูป -ed (interested, bored, tired, excited) แต่ถ้าเป็นการอธิบายลักษณะของสิ่งนั้นว่า "เป็นอย่างไร" ให้ใช้รูป -ing (interesting, boring, tiring, exciting)

ข้อผิดพลาดที่สอง: interested ต้องคู่กับ in

  • I'm interested on science.
  • I'm interested in science. (ฉันสนใจวิทยาศาสตร์)

good ต้องใช้คู่กับ at

เมื่อต้องการพูดว่า "ฉันเก่งคณิตศาสตร์" หลายคนมักแปลตรงตัวว่า good in math เพราะฟังดูเหมือน "เก่งในด้านคณิตศาสตร์"

  • She's good in math.
  • She's good at math. (เธอเก่งคณิตศาสตร์)

หากต้องการสื่อว่า "ถนัดหรือเก่งเรื่องอะไร" คำว่า good จะต้องใช้คู่กับ at เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิชาเรียน กีฬา หรือทักษะต่างๆ:

  • He's good at cooking. ✓ (เขาทำอาหารเก่ง)
  • I'm not very good at drawing. ✓ (ฉันวาดรูปไม่ค่อยเก่ง)

แถมให้อีกหนึ่งชุดตรงกันข้าม: คำว่า "ไม่ถนัด" ให้ใช้ bad at หรือ terrible at ซึ่งใช้คำบุพบท at เหมือนกัน

  • I'm bad at remembering names. ✓ (ฉันจำชื่อคนไม่ค่อยเก่ง)

afraid กลัวอะไร ต้องใช้ of

ประโยค "ฉันกลัวแมงมุม" มักจะถูกแปลผิดเป็น afraid from spiders เพราะรู้สึกเหมือนความกลัวมีที่มาจากแมงมุม แต่รูปประโยคที่ถูกต้องในภาษาอังกฤษคือ:

  • He's afraid from spiders.
  • He's afraid of spiders. (เขากลัวแมงมุม)

กลัวสิ่งใดก็ตาม หลังคำว่า afraid ต้องตามด้วย of เสมอ:

  • I'm afraid of the dark. ✓ (ฉันกลัวความมืด)
  • Don't be afraid of making mistakes. ✓ (อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด)

เคล็ดลับภาษาพูดเพิ่มเติม: ในบทสนทนาประจำวัน เจ้าของภาษามักนิยมใช้คำว่า scared ซึ่งฟังดูเป็นกันเองและเป็นธรรมชาติมากกว่า afraid และคำนี้ก็ใช้คำบุพบท of เช่นเดียวกัน:

  • I'm scared of dogs. ✓ (ฉันกลัวหมา)

นอกจากนี้ยังมีอีกจุดที่มักสับสนบ่อยๆ: หากต้องการพูดว่า "ฉันตื่นเต้น/กังวลสำหรับการสัมภาษณ์งานพรุ่งนี้" ให้ใช้ nervous อย่าใช้ afraid

  • I'm afraid about the interview.
  • I'm nervous about the interview. (ฉันกังวลกับการสัมภาษณ์)

วิธีจำ: afraid / scared ใช้เมื่อ "กลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกลัวว่าเหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้น" ส่วนความรู้สึกประหม่า กังวล หรือใจสั่น ให้ใช้ nervous about

worried ต้องใช้กับ about

ประโยค "ฉันกังวลเรื่องการสอบ" มักถูกแปลผิดเป็น worried for the test แต่การใช้ for ในที่นี้ถือว่าไม่ถูกต้อง

  • I'm worried for the test.
  • I'm worried about the test. (ฉันกังวลเรื่องการสอบ)

เมื่อกังวลเรื่องอะไรก็ตาม worried จะต้องคู่กับ about:

  • She's worried about her son. ✓ (เธอกังวลเรื่องลูกชายของเธอ)
  • Don't worry about it. ✓ (อย่ากังวลเรื่องนั้นเลย)

ข้อสังเกตเล็กๆ: worried for someone สามารถใช้ได้ในบางบริบท โดยมีความหมายเน้นไปที่ "เป็นห่วงคนๆ นั้น" แต่สำหรับผู้เรียนระดับ A1–B1 ให้ยึด worried about เป็นหลักไว้ก่อน ซึ่งครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ได้ถูกต้องแล้ว

ตารางสรุปวลีที่มักใช้ผิดบ่อย

รวมประเด็นสำคัญของวันนี้ไว้ในตารางเปรียบเทียบ เมื่อไหร่ที่ไม่มั่นใจ สามารถกลับมารูปแบบที่ถูกต้องได้จากตรงนี้:

  • interesting ininterested on → ✓ interested in (สนใจใน...)
  • good in → ✓ good at (เก่ง/ถนัดเรื่อง...)
  • afraid from → ✓ afraid ofscared of (กลัว...)
  • worried for → ✓ worried about (กังวลเรื่อง...)

แถมให้อีกหลายชุดที่พบบ่อยและสามารถจำไปพร้อมกันได้เลย:

  • proud of (ภูมิใจใน...): I'm proud of you. ✓ (ฉันภูมิใจในตัวคุณ)
  • excited about (ตื่นเต้นกับ...): We're excited about the trip. ✓ (พวกเราตื่นเต้นกับทริปนี้มาก)
  • angry with (โกรธใครบางคน)/angry about (โกรธเรื่องบางเรื่อง): She's angry with me. ✓ (เธอกำลังโกรธฉันอยู่)
  • famous for (มีชื่อเสียงในเรื่อง...): Taiwan is famous for bubble tea. ✓ (ไต้หวันมีชื่อเสียงในเรื่องชานมไข่มุก)

เทคนิคการจำนำไปใช้ได้จริง

อย่าแยกท่องคำคุณศัพท์และคำบุพบทออกจากกัน ให้จำทั้งชุดเหมือนเป็น "คำๆ เดียว" เช่น interested-in, good-at, afraid-of, worried-about ออกเสียงติดกันหลายๆ ครั้ง แล้วมันจะจำได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ

เทคนิคการจำที่ได้ผลดีที่สุด คือการนำไปแต่งประโยคที่เกี่ยวกับตัวคุณเอง:

  • I'm interested in photography. (ฉันสนใจเรื่องการถ่ายภาพ)
  • I'm worried about my speaking. (ฉันกังวลเรื่องการพูดของตัวเอง)

เมื่อประโยคมีความเกี่ยวข้องกับตัวคุณ สมองจะจดจำได้ดีและแม่นยำยิ่งขึ้น

ฝึกฝนอย่างไรใน Loopy

การจับคู่ "คำคุณศัพท์ + คำบุพบท" เหล่านี้ หากดูแค่ตารางอย่างเดียวจะจำได้ยาก จำเป็นต้องพบเจอซ้ำๆ ในประโยคจริง จึงจะค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นสัญชาตญาณ

Loopy ได้นำชุดคำที่ใช้บ่อยอย่าง interested in, good at, afraid of บรรจุไว้ในบทสนทนาจริงของคอร์สเรียนตามระดับภาษา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ระดับไหน (A1, A2 หรือ B1) ระบบจะป้อนเนื้อหาที่เหมาะสมและค่อยเป็นค่อยไปให้กับคุณ ทุกวลีที่ได้ฝึกฝนจะถูกส่งเข้าไปยังระบบทบทวนตามเส้นโค้งการลืม โดยจะปรากฏขึ้นมาให้ทบทวนในจังหวะที่คุณกำลังจะลืมพอดี ช่วยเปลี่ยนจากความลังเล "นึกอยู่นาน" ให้กลายเป็น "พูดออกมาได้ทันที"

หากได้ยินการจับคู่คำที่ไม่แน่ใจ แค่กดเปิดพจนานุกรมในตัวแอป ก็จะเห็นประโยคตัวอย่างและคำบุพบทที่ถูกต้อง และถ้าต้องการฝึกพูดให้เป็นธรรมชาติ สามารถใช้โหมดฟังและพูดตาม เพื่ออกเสียงทั้งวลีตามเจ้าของภาษา และฝึก interested in, worried about ให้กลายเป็นความจำของกล้ามเนื้อ ถึงจะใช้ผิดก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา

อยากรู้ว่าตอนนี้ระดับภาษาของคุณอยู่ที่ประมาณไหน และควรเริ่มฝึกจากคอร์สระดับใด? ลองมาทำแบบทดสอบสั้นๆ ดูได้เลย