กลับไปยังบล็อก

อย่าเขียนอีเมลถึงอาจารย์แบบเป็นกันเองเกินไป: คำศัพท์ "ภาษาพูด" ที่ผู้เรียนมักใช้ผิดกาลเทศะบ่อยที่สุด

เขียนอีเมลถึงอาจารย์อย่ากันเองเกินไป:ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักใช้ผิดโอกาสบ่อยที่สุดกับคำที่ "เป็นกันเองเกินไป"

คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม: เขียนอีเมลภาษาอังกฤษหาศาสตราจารย์ หรือส่งข้อความทางแอปพลิเคชันถามคำถามอาจารย์ Word ในหัวที่คิดออกนั้นถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ทุกอย่าง แต่พออาจารย์อ่านแล้วกลับรู้สึก "แปลกๆ"?

ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ไวยากรณ์ แต่อยู่ที่ระดับความเป็นทางการ (register) เพื่อให้จำง่าย ตำรามักจะสอนคำศัพท์เพียงคำเดียวสำหรับความหมายหนึ่งๆ แต่ในภาษาอังกฤษที่ใช้จริง ความหมายเดียวกันมักจะมีสองเวอร์ชัน: เวอร์ชันหนึ่งคือภาษาพูด ที่ใช้คุยกับเพื่อน และอีกเวอร์ชันคือภาษาทางการ ที่ใช้สำหรับเขียนอีเมล สัมภาษณ์งาน หรือพรีเซนต์งาน สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักจะเจอบ่อยที่สุด คือการยกเอาภาษาพูดไปใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการโดยตรง ส่งผลให้ดูไม่เหมาะสมและไม่สุภาพเท่าที่ควร

ข่าวดีก็คือ: นี่เป็นเพียงเรื่องของการ "แต่งตัวผิดกาลเทศะ" เท่านั้น วันนี้เราจะใช้การเปรียบเทียบ "✗ เป็นกันเองเกินไป → ✓ คำพูดที่เป็นทางการและเป็นธรรมชาติ" เพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้การเปลี่ยนไปใช้คำที่ถูกต้องในโอกาสที่เหมาะสม ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แล้วคุณจะพบว่าการสลับระดับความเป็นทางการนั้นมีหลักการที่คุณจับทางได้ไม่ยาก

จำเคล็ดลับการตัดสินใจก่อน: ผู้รับสารคือตัวกำหนดคำที่จะใช้

ทุกครั้งก่อนจะพูดหรือเขียน ให้ถามตัวเองด้วยประโยคนี้ก่อนเสมอ: "ตอนนี้เรากำลังคุยกับเพื่อน หรือกำลังคุยกับอาจารย์ หัวหน้า หรือลูกค้าอยู่?"

  • สำหรับเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมชั้น: ภาษาพูดใช้ได้สบายมาก ดูเป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง
  • สำหรับอาจารย์ ศาสตราจารย์ ผู้สัมภาษณ์ ลูกค้า คนที่ไม่สนิท: โปรดสลับไปใช้ภาษาทางการ

คำถามง่ายๆ นี้จะช่วยป้องกันความไม่สุภาพได้มากกว่าครึ่ง เรามาดูกันทีละข้อเลย

wanna → ✓ would like to

เวลาเขียนอีเมลถามคำถามศาสตราจารย์ หลายคนมักจะเขียนไปตรงๆ ว่า:

I wanna ask you about the homework.

wanna เป็นคำย่อในภาษาพูดของ want to เวลาพูดจะลื่นไหลดีมาก แต่ถ้าเขียนลงในอีเมลที่เป็นทางการจะดูสบายเกินไป เปลี่ยนเป็น would like to แล้วจะดูมีมารยาทขึ้นมาทันที:

I would like to ask about the assignment. ✓(ผม/ดิฉันอยากจะขอสอบถามเกี่ยวกับงานชิ้นนี้ครับ/ค่ะ)

ถือโอกาสบอกเพิ่มเติมว่า assignment เหมาะกับระดับมหาวิทยาลัยหรือสถานการณ์ที่เป็นทางการมากกว่า homework เพราะ homework ให้ความรู้สึกเหมือนการบ้านของเด็กนักเรียนระดับประถมหรือมัธยมมากกว่า

gonna → ✓ have to / will

เวลาบอกลาหรืออธิบายว่าจะทำอะไรต่อ ผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคนชอบพูดว่า:

Thanks, gonna go now.

gonna เป็นภาษาพูดของ going to พูดกับเพื่อนคือเป็นธรรมชาติสุดๆ แต่ถ้าพูดกับครูบาอาจารย์จะดูหลวมเกินไป ภาษาที่เป็นทางการขึ้นนิดหน่อยจะพูดแบบนี้:

Thank you. I have to go now. ✓(ขอบคุณครับ/ค่ะ ผม/ดิฉันต้องขอตัวก่อนครับ/ค่ะ)

วิธีจำง่ายมาก: คำเหล่านั้นที่ถูก "ละ" ตัวอักษรไป ส่วนใหญ่เป็นคำย่อในภาษาพูด (wanna, gonna, gotta, kinda) เวลาเขียนเอกสารที่เป็นทางการ แค่ "คืนค่า" ให้เป็นรูปเต็มก็ถูกต้องแล้ว

ASAP → ✓ at your earliest convenience

เวลาเร่งให้อีกฝ่ายตอบกลับ หลายคนพอเรียนคำว่า ASAPas soon as possible)มา ก็เอาไปใช้ไปทั่ว:

Can you tell me ASAP? ✗(พูดกับลูกค้า)

ASAP อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการสั่งหรือเร่งรัด สำหรับลูกค้าหรือผู้ใหญ่จะดูเหมือนเรากำลังหงุดหงิดหรือหมดความอดทน วิธีพูดที่เป็นทางการและสุภาพคือ:

Could you let me know at your earliest convenience? ✓(หากสะดวก รบกวนช่วยตอบกลับด้วยนะครับ/ค่ะ)

สังเกตว่าตรงนี้ได้เปลี่ยน Can you เป็น Could you ด้วย ข้อทดสอบเล็กๆ: คำขอที่ขึ้นต้นด้วย Could / Would เกือบทั้งหมดจะสุภาพกว่า Can / Will ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ ควรเลือกใช้คำเหล่านี้ก่อนเสมอ

guy → ✓ manager / colleague

เวลาเขียนเรซูเม่หรือแนะนำตัวเอง แล้วอยากจะชมหัวหน้าเก่า หลายคนมักจะเขียนว่า:

My boss is a nice guy.

guy เป็นภาษาพูดและเป็นกันเองเกินไป ส่วน nice ก็คลุมเครือเกินไป ใส่ในเรซูเม่แล้วจะดูไม่เป็นมืออาชีพ เปลี่ยนมาใช้คำพูดที่แม่นยำและเป็นทางการมากขึ้น:

My manager is very supportive. ✓(ผู้จัดการของผม/ดิฉันให้การสนับสนุนทีมเป็นอย่างดีครับ/ค่ะ)

ตรงนี้มีการอัปเกรดสองจุด: ใช้ manager(ผู้จัดการ/หัวหน้า), colleague(เพื่อนร่วมงาน), supervisor(ซุปเปอร์ไวเซอร์/ผู้บังคับบัญชา)แทนคำว่า guy ที่เป็นภาษาพูด; ใช้คำคุณศัพท์ที่เฉพาะเจาะจงอย่าง supportive(ที่พร้อมให้การสนับสนุน), knowledgeable(ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ), dedicated(ที่มีความทุ่มเท)แทนคำว่า nice ที่ใช้ครอบจักรวาล

มาดูคู่เปรียบเทียบที่ใช้อยู่บ่อยๆ เพิ่มเติมกันอีกนิด

ยังมีคำคู่เหล่านี้ที่ผู้เรียนมักจะพลาดบ่อยๆ จำไปใช้ได้เลย:

  • คำขอบคุณ: Thx! ✗ → Thank you very much. ✓(ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ/ค่ะ)เวลาเขียนอีเมล โปรดหลีกเลี่ยงคำย่อในข้อความอย่าง thx, pls, u
  • คำทักทาย: What's up? ✗ → I hope this email finds you well. ✓(หวังว่าคุณจะสบายดีนะครับ/ค่ะ)นี่คือคำทักทายตามมารยาทแบบครอบจักรวาลสำหรับขึ้นต้นอีเมล
  • การแสดงความคิดเห็น: I think it's super good. ✗ → I believe it is highly effective. ✓(ผม/ดิฉันเชื่อว่าสิ่งนี้มีประสิทธิภาพสูงมากครับ/ค่ะ)คำเน้นย้ำที่เป็นภาษาพูดอย่าง super, totally เวลาใช้ในบริบททางการให้เปลี่ยนเป็น highly, particularly
  • คำลงท้าย: See ya! ✗ → Best regards, ✓(ด้วยความเคารพอย่างสูง,)คำลงท้ายอีเมลใช้ Best regards หรือ Sincerely ชัวร์ที่สุด

วิธีจำ 2 ข้อที่นำไปปรับใช้ได้ทันที

ถ้าจำคำศัพท์ทั้งหมดไม่ได้ในครั้งเดียว จำแค่ 2 เทคนิคนี้ไปใช้ก็เพียงพอแล้ว:

  • วิธี คืนรูปคำย่อ: เมื่อเห็นคำที่ "ย่อตัดตอน" อย่าง wanna, gonna, gotta, thx, pls ในสถานการณ์ทางการ ให้คืนรูปเป็นตัวสเปลล์แบบเต็มทั้งหมด
  • วิธี ให้ความสำคัญกับ Could / Would ก่อน: คำขอที่เป็นทางการ ให้เปลี่ยน Can เป็น Could และเปลี่ยน Will เป็น Would ระดับความสุภาพจะเพิ่มขึ้นทันที

คุณไม่จำเป็นต้องท่องจำตารางยาวเหยียด แค่ก่อนกด "ส่ง" ให้ถามตัวเองด้วยประโยคนั้นอีกครั้งว่า "เรากำลังคุยกับใครอยู่" คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงความไม่สุภาพได้ถึง 90% แล้ว

ฝึกฝนใน Loopy อย่างไร

สิ่งที่ยากที่สุดในการสลับระดับความเป็นทางการ คือระยะห่างระหว่าง "การรู้กฎ" กับ "การนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ" Loopy ได้นำเอาคำพูดที่เป็นกันเองและคำพูดที่เป็นทางการเหล่านี้มาใส่ไว้ในประโยคในสถานการณ์จริง เพื่อให้คุณได้เจอครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านการฟัง การพูด และการพูดตาม (Shadowing) ค่อยๆ สร้างความรู้สึกทางภาษาว่า "โอกาสนี้ควรใช้คำไหน" ขึ้นมา

  • คอร์สเรียนแบ่งตามระดับ: ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปตั้งแต่ A1 ถึง B1 มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งอีเมลในที่ทำงาน การสนทนาในสถานศึกษา และสถานการณ์การสัมภาษณ์งาน คำศัพท์ที่เรียนสามารถนำไปใช้ได้ทันที
  • ทบทวนตามเส้นโค้งการลืม (Forgetting Curve): สำนวนที่เป็นทางการอย่าง would like to, at your earliest convenience ระบบจะจัดเวลาทบทวนให้อัตโนมัติในตอนที่คุณใกล้จะลืม ช่วยให้คุณจำได้แม่นยำ
  • ฟังและพูดตาม (Shadowing): ฝึกฝนตามน้ำเสียงของเจ้าของภาษา ฝึกประโยคที่เป็นทางการจนสามารถพูดออกมาได้โดยไม่ต้องหยุดคิด เวลาสัมภาษณ์งานจะได้ไม่สะดุด
  • พจนานุกรมในตัว: เมื่อเจอคำที่ไม่แน่ใจระดับความเป็นทางการ สามารถค้นหาประโยคตัวอย่างได้ทันที ดูว่าเจ้าของภาษาใช้คำนั้นอย่างไรในโอกาสไหน

ลองใช้เวลาสักสามนาทีทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อดูว่าตอนนี้ระดับของคุณอยู่ที่จุดไหน แล้ว Loopy จะช่วยจัดจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ คุณทำได้แน่นอน มาพยายามไปด้วยกันนะ