do, make, have, get, take: 5 คำกริยาที่ใช้บ่อยจะแยกความแตกต่างอย่างไรดี
เมื่อเรียนภาษาอังกฤษไปถึงระดับหนึ่ง คุณจะพบว่ามี 5 คำกริยาที่ปรากฏให้เห็นแทบทุกวัน: do, make, have, get, take พวกมันสั้น ออกเสียงง่าย แต่ก็สับสนได้ง่ายที่สุดเช่นกัน — หลายคนอยากพูดว่า "ทำผิดพลาด" เลยพูดออกมาทันทีว่า do a mistake ✗ แต่จริงๆ แล้วต้องพูดว่า make a mistake ✓
ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความจำเลย ทั้ง 5 คำนี้ต่างก็มี "ความรู้สึกหลัก" เป็นของตัวเอง แค่จับความรู้สึกนั้นให้ได้ แล้วจำคำปรากฏร่วมที่ใช้บ่อย (collocation) ไปเป็นกลุ่มคำ คุณก็จะใช้งานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ บทความนี้จะใช้ประโยคตัวอย่างในชีวิตประจำวันระดับ A1–A2 เพื่อพาคุณไปเจาะลึกทีละคำกัน
do: ทำสิ่งต่างๆ, ปฏิบัติภารกิจ
ความรู้สึกหลักของ do คือ "การกระทำหรือการทำภารกิจใดภารกิจหนึ่ง" มักใช้กับงานบ้าน การบ้าน หรือกิจกรรมที่ไม่ได้เป็นรูปธรรมเด่นชัดนัก:
- do homework (ทำการบ้าน), do the dishes (ล้างจาน), do the laundry (ซักผ้า)
- do exercise (ออกกำลังกาย), do business (ทำธุรกิจ)
ตัวอย่างประโยค:
- I have to do my homework before dinner. (ฉันต้องทำการบ้านก่อนมื้อเย็น)
- Can you help me do the dishes tonight? (คืนนี้คุณช่วยฉันล้างจานหน่อยได้ไหม)
- She does exercise every morning to stay healthy. (เธอออกกำลังกายทุกเช้าเพื่อรักษาสุขภาพ)
เคล็ดลับ: เมื่อการกระทำนั้น "ไม่ได้สร้างผลลัพธ์หรือสิ่งของที่มองเห็นได้ขึ้นมาใหม่" ส่วนใหญ่จะใช้ do เช่น เมื่อล้างจานเสร็จแล้วก็ยังมีจานเท่าเดิม หรือทำการบ้านก็ไม่ได้ "สร้าง" สิ่งใหม่ขึ้นมา นี่แหละคือพื้นที่ของ do
make: ผลิต, สร้างผลงานหรือผลลัพธ์ขึ้นมา
ความรู้สึกหลักของ make คือ "การทำสิ่งใหม่ ผลลัพธ์ใหม่ หรือการตัดสินใจใหม่ขึ้นมา" — หลังจากทำเสร็จแล้ว จะมีสิ่งหนึ่งที่แต่ก่อนไม่เคยมีปรากฏขึ้นมาบนโลกนี้
- make a cake (ทำเค้ก), make coffee (ชงกาแฟ), make a plan (วางแผน)
- make a decision (ตัดสินใจ), make a mistake (ทำผิดพลาด), make friends (ทำความรู้จักเพื่อนใหม่/ผูกมิตร)
ตัวอย่างประโยค:
- My mom is making a cake for my birthday. (คุณแม่กำลังทำเค้กสำหรับวันเกิดของฉัน)
- It is hard to make a decision so quickly. (มันยากที่จะตัดสินใจอย่างรวดเร็วขนาดนั้น)
- Don't worry, everyone makes mistakes. (ไม่ต้องกังวล ทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้น)
do vs make: ความสับสนสุดคลาสสิก แยกแยะแบบนี้
นี่คือจุดที่ผู้เริ่มต้นมักจะสับสนมากที่สุด ตัดสินได้ด้วยประโยคเดียว:
มี "การสร้าง" สิ่งใหม่หรือผลลัพธ์ใหม่เกิดขึ้นไหม? ถ้ามี → make, แต่ถ้าเป็นแค่ "การลงมือทำ/ปฏิบัติ" สิ่งใดสิ่งหนึ่ง → do
- ทำเค้ก บนโต๊ะมีเค้กเพิ่มขึ้นมาหนึ่งก้อน (ผลงานสำเร็จ) → make a cake ✓
- ล้างจาน ไม่ได้มีสิ่งใหม่เกิดขึ้น แค่ทำภารกิจให้เสร็จสิ้น → do the dishes ✓
ดังนั้น "ทำผิดพลาด" คือการ "สร้าง" ผลลัพธ์ที่เป็นความผิดพลาดขึ้นมา จึงต้องใช้ make a mistake ✓, ไม่ใช่ do a mistake ✗ ในทำนองเดียวกัน การหาเพื่อนใหม่คือการ "สร้าง" ความสัมพันธ์ใหม่ จึงใช้ make friends ✓, ไม่ใช้ do friends ✗
หากไม่แน่ใจ ให้ย้อนกลับมาถามตัวเองด้วยประโยคนี้: "หลังจากทำเสร็จแล้ว มีผลงานสำเร็จหรือผลลัพธ์เพิ่มขึ้นมาไหม?"
have: ครอบครอง, กิน/ดื่ม, มีประสบการณ์/ทำกิจกรรม
นอกเหนือจากความหมายว่า "ครอบครอง/มี" แล้ว ในภาษาพูด have มักถูกนำมาใช้พูดถึงการ "กิน/ดื่ม" และ "การมีประสบการณ์หรือทำกิจกรรมบางอย่าง" อีกด้วย:
- การครอบครอง: have a car (มีรถยนต์), have a dog (เลี้ยงสุนัข)
- การกิน/ดื่ม: have lunch (กินมื้อกลางวัน), have a coffee (ดื่มกาแฟ)
- ประสบการณ์ / กิจกรรม: have a shower (อาบน้ำ), have a rest (พักผ่อนสักครู่), have fun (ขอให้สนุก)
ตัวอย่างประโยค:
- We usually have lunch at noon. (ปกติพวกเรากินมื้อกลางวันตอนเที่ยง)
- I want to have a shower before bed. (ฉันอยากอาบน้ำก่อนนอน)
- Have fun at the party tonight! (ขอให้สนุกกับปาร์ตี้คืนนี้นะ!)
วิธีจำ: เมื่อเห็น have คู่กับ "มื้ออาหาร" หรือ "กิจกรรม" มันจะหมายถึงการ "ทำ/มีประสบการณ์" ซึ่งไม่เกี่ยวกับ "การครอบครอง" เลย have lunch คือการกินมื้อกลางวัน ไม่ใช่หมายถึง "ครอบครองมื้อกลางวัน"
get: ได้รับ, กลายเป็น, ไปถึง
get เป็นคำที่ยืดหยุ่นที่สุดในบรรดา 5 คำนี้ โดยมี 3 ทิศทางการใช้งานที่พบบ่อย:
- ได้รับ, ได้มา: get a ticket (ได้ตั๋ว), get a job (ได้งานทำ), get an email (ได้รับอีเมล)
- กลายเป็นสถานะใดสถานะหนึ่ง: get tired (เหนื่อย), get better (ดีขึ้น/หายดีขึ้น), get hungry (หิว)
- ไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง: get home (ถึงบ้าน), get to school (ถึงโรงเรียน)
ตัวอย่างประโยค:
- I got two tickets for the movie. (ฉันได้ตั๋วหนังมาสองใบ)
- She is getting better after her cold. (เธออาการดีขึ้นแล้วหลังจากเป็นหวัด)
- What time do you get home? (คุณถึงบ้านกี่โมง)
ข้อควรจำ: get + คำคุณศัพท์ = กลายเป็น (get tired คือ เหนื่อยขึ้นมา); get + คำนาม = ได้รับ (get a ticket คือ ได้ตั๋ว) ดูว่าคำที่ตามหลังคืออะไร ก็จะรู้ความหมายของมัน
จุดที่ต้องระวังอีกเล็กน้อย: เมื่อไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง get home จะไม่เติม to (เพราะ home ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์) แต่ get to school หรือ get to work ต้องเติม to หากเห็น "สถานที่คือ home / here / there" ไม่ต้องใส่ to ส่วนสถานที่อื่นๆ ให้ใส่ to ทั้งหมด เท่านี้ก็จะไม่ผิดพลาดแล้ว
take: หยิบ/นำไป, ใช้เวลา, โดยสาร, ถ่ายภาพ
ความรู้สึกหลักของ take คือ "หยิบขึ้นมา / นำไป" ซึ่งต่อยอดออกมาเป็นวิธีใช้ที่พบบ่อยหลายอย่างดังนี้:
- โดยสารยานพาหนะ: take a bus (นั่งรถเมล์), take a taxi (นั่งแท็กซี่)
- ใช้เวลา: take time (ใช้เวลา), take five minutes (ใช้เวลาห้านาที)
- ถ่ายภาพ, พักผ่อน: take a photo (ถ่ายภาพ), take a break (พักผ่อนสักครู่)
ตัวอย่างประโยค:
- I take the bus to work every day. (ฉันนั่งรถเมล์ไปทำงานทุกวัน)
- It takes ten minutes to walk there. (เดินไปที่นั่นใช้เวลาสิบนาที)
- Let's take a break and have some tea. (พวกเรามาพักผ่อนสักครู่แล้วดื่มชากันดีกว่า)
ทำไมถึงต้อง "จำทั้งกลุ่มคำ"
คุณอาจจะถามว่า: ในเมื่อ do และ make มีความหมายใกล้เคียงกันขนาดนี้ จะจำได้อย่างไร? คำตอบคือ — จำคู่คำศัพท์ทั้งชุดร่วมกัน อย่าท่องทีละคำ
การที่คำกริยาใดจะจับคู่กับคำนามใดในภาษาอังกฤษนั้น มักจะถูกกำหนดโดย "ความเคยชิน" เจ้าของภาษาจะไม่มานั่งหาเหตุผลว่า "ล้างจานควรใช้คำกริยาคำไหน" แต่พวกเขาจะจำ do the dishes เป็นก้อนข้อมูลเดียวกันไปเลย ดังนั้น วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ:
- จำ คำกริยา + คำนาม เป็นหนึ่งหน่วย เช่น จำคำว่า make a decision ไปเลยตรงๆ อย่าแยกจำ make กับ decision
- จับคู่กลุ่มคำแต่ละชุดเข้ากับประโยคตัวอย่างของคุณเอง เพื่อให้เห็นภาพและบริบทที่ชัดเจน
- เมื่อเจอคู่คำที่ไม่มั่นใจ ให้เปิดพจนานุกรมหรือฟังว่าเจ้าของภาษาพูดอย่างไร แล้วนำไปใช้ตามนั้นได้เลย
ฝึกฝนอย่างไรใน Loopy
Loopy ได้นำคู่คำศัพท์ของ do, make, have, get, take เหล่านี้ไปใส่ไว้ในประโยคและสถานการณ์การฟังจริง เพื่อให้คุณได้พบเจอกับพวกมันซ้ำๆ อย่างเป็นธรรมชาติในระหว่างกระบวนการฟัง พูด และฝึกออกเสียงตาม — make a decision, take a break, get home จะค่อยๆ กลายเป็นสัญชาตญาณของคุณผ่านประโยคตัวอย่างทีละประโยค
นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับเส้นโค้งความจำ (forgetting curve) เพื่อช่วยจัดตารางทบทวนให้คุณ โดยกลุ่มคำที่ควรทบทวนจะปรากฏขึ้นมาทันทีก่อนที่คุณกำลังจะลืม ทำให้จำได้แม่นยำและใช้งานได้อย่างลื่นไหล
เริ่มต้นจากกลุ่มคำแต่ละคู่ในบทความนี้ โดยเลือกคำที่คุณต้องใช้งานบ่อยที่สุดมาฝึกก่อน ดูประโยคตัวอย่าง ออกเสียงตาม แล้วครั้งต่อไปที่คุณอยากพูดว่า "ทำผิดพลาด" "นั่งรถเมล์" หรือ "พักผ่อนสักครู่" คุณก็จะพูดออกมาได้ทันที คุณทำได้แน่นอน!