ในที่สุดทริปต่างประเทศที่ทุกคนรอคอยก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว! หลังจากซื้อตั๋วเครื่องบิน จัดตารางเที่ยว และมองดูพาสปอร์ตที่ประทับตราขาออกในวินาทีนั้น ในใจคงจะตื่นเต้นสุดๆ เลยใช่ไหม? แต่ Loopy รู้ดีว่าแฟนๆ หลายคนพอคิดถึงตอนที่เครื่องบินกำลังจะลงจอดและต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อาการวิตกกังวลภาษาอังกฤษก็กำเริบทันที พอมองเห็นเจ้าหน้าที่ ตม. หน้าตาเคร่งขรึมอยู่ข้างหน้า สมองก็พลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ กลัวว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง ตอบไม่ได้ หรือแม้กระทั่งถูกพาตัวเข้าไปใน "ห้องเย็น" ในตำนาน ไม่ต้องกังวลไป! วันนี้ Loopy ได้รวบรวม 10 ประโยคที่พบบ่อยที่สุดในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง การต่อเครื่อง และการสำแดงสัมภาระที่สนามบินมาฝากทุกคน ขอเพียงแค่จับคีย์เวิร์ดเหล่านี้ให้ได้ รับรองว่าจะช่วยให้คุณผ่านด่านได้อย่างราบรื่นและออกเดินทางได้อย่างมั่นใจแน่นอน!
ด่านแรก: ถาม-ตอบ ตม. ขาเข้า สองประโยคนี้ใช้บ่อยที่สุด!
เมื่อถึงคิวคุณในแถว เจ้าหน้าที่ ตม. มักจะถามก่อนว่า "มาทำอะไร" และ "จะอยู่นานแค่ไหน" ในตอนนี้เพียงแค่ตอบด้วยประโยคที่ง่ายและตรงประเด็นที่สุดก็พอแล้ว
คนไต้หวันมักจะชินกับการพูดว่า "ท่องเที่ยว, พักผ่อน" เป็น travel แต่ในตอนที่เข้าเมือง การใช้ vacation หรือคำนามที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
✗ ภาษาอังกฤษแบบจีน: I am here to travel. ✓ ประโยคที่เจ้าของภาษาใช้: I'm here for vacation. (ฉันมาพักผ่อนท่องเที่ยวค่ะ/ครับ)
นอกจากนี้ ตม. จะสนใจเรื่องระยะเวลาที่คุณพำนักด้วย เวลาตอบสามารถบอกจำนวนวันหรือจำนวนสัปดาห์ที่เฉพาะเจาะจงได้เลย:
- Officer: What is the purpose of your visit? (เจ้าหน้าที่: จุดประสงค์ในการมาเยือนของคุณคืออะไร?)
- You: I'm here for vacation. (คุณ: ฉันมาพักผ่อนท่องเที่ยวค่ะ/ครับ)
- Officer: How long do you plan to stay? (เจ้าหน้าที่: คุณวางแผนจะอยู่กี่วัน?)
- You: I will be staying for ten days. (คุณ: ฉันจะอยู่เป็นเวลา 10 วันค่ะ/ครับ)
หากถูกถามว่าพักที่ไหน สามารถยื่นใบจองโรงแรมที่พิมพ์เตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูได้โดยตรง พร้อมกับพูดว่า:
- I will be staying at this hotel. (ฉันจะพักที่โรงแรมนี้ค่ะ/ครับ)
ด่านที่สอง: การต่อเครื่องและการหาประเป๋าเดินทาง ประโยคช่วยชีวิตยามหลงทาง
หลังจากลงเครื่องบินแล้ว หากไม่ได้บินตรงไปยังจุดหมายปลายทาง แต่จำเป็นต้อง "ต่อเครื่อง" จะต้องใส่ใจกับคำว่า layover (การหยุดพักเพื่อต่อเครื่อง) เป็นพิเศษ เวลาสอบถามที่เคาน์เตอร์หรือประชาสัมพันธ์ สามารถใช้สองประโยคนี้ได้:
✗ ภาษาอังกฤษแบบจีน: Where is my next flight? ✓ ประโยคที่เจ้าของภาษาใช้: Where is the gate for my connecting flight? (ประตูทางออกขึ้นเครื่องสำหรับเที่ยวบินต่อเครื่องของฉันอยู่ที่ไหนคะ/ครับ?)
- Excuse me, I have a three-hour layover here. Where is the gate for my connecting flight? (ขอโทษนะคะ/ครับ ฉันต้องต่อเครื่องที่นี่ 3 ชั่วโมง ประตูทางออกขึ้นเครื่องสำหรับเที่ยวบินต่อเครื่องของฉันอยู่ที่ไหนคะ/ครับ?)
หลังจากเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างราบรื่นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการไปที่จุดรับสัมภาระ (baggage claim) หากหาทางไปสายพานรับกระเป๋าไม่เจอ ให้ถามเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินโดยตรงว่า:
✗ ภาษาอังกฤษแบบจีน: Where is my luggage? ✓ ประโยคที่เจ้าของภาษาใช้: Where is the baggage claim area? (จุดรับสัมภาระอยู่ที่ไหนคะ/ครับ?)
- Excuse me, can you show me the way to the baggage claim area? (ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยบอกทางไปจุดรับสัมภาระหน่อยได้ไหมคะ/ครับ?)
ด่านที่สาม: การสำแดงสัมภาระ ตอบตามความจริงปลอดภัยที่สุด!
เมื่อได้รับกระเป๋าเดินทางและเตรียมตัวจะก้าวออกจากสนามบิน ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการผ่านด่านศุลกากร ในตอนนี้คุณจะเห็นช่องทางเดิน 2 ช่อง ช่องหนึ่งคือ "ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to Declare)" และอีกช่องหนึ่งคือ "ช่องแดงสำหรับสำแดงสิ่งของ (Goods to Declare)"
หากคุณไม่ได้พกพาสิ่งของต้องห้าม เงินสดจำนวนเกินกว่าที่กำหนด หรือสิ่งของที่ต้องเสียภาษี โปรดพูดประโยคคลาสสิกนี้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วยความมั่นใจ:
✗ ภาษาอังกฤษแบบจีน: I don't have anything. ✓ ประโยคที่เจ้าของภาษาใช้: I have nothing to declare. (ฉันไม่มีสิ่งของต้องสำแดงค่ะ/ครับ)
- Officer: Do you have anything to declare? (เจ้าหน้าที่: คุณมีสิ่งของอะไรที่ต้องสำแดงไหม?)
- You: No, I have nothing to declare. (คุณ: ไม่มีค่ะ/ครับ ฉันไม่มีสิ่งของต้องสำแดง)
ในกรณีที่คุณไม่แน่ใจว่าของฝากจากไต้หวันที่คุณพกมา (เช่น ขนมเปี๊ยะพระอาทิตย์, พายสับปะรด) จะสามารถผ่านด่านได้หรือไม่ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเดินเข้าช่องแดงสำหรับสำแดงสิ่งของ และเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง:
- I have some food in my bag. Do I need to declare it? (ฉันมีอาหารบางส่วนอยู่ในกระเป๋า ฉันจำเป็นต้องสำแดงไหมคะ/ครับ?)
การสำแดงตามความเป็นจริงคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการผ่านเข้าเมืองอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะนำเข้าไม่ได้ โดยปกติแล้วก็จะถูกยึดไว้เท่านั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนค่าปรับหรอกนะ!
สรุปประเด็นสำคัญ "เคล็ดลับการตัดสินใจในหนึ่งวินาที" ของ Loopy
จริงๆ แล้วการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในต่างประเทศเป็นเกม "ฟังคีย์เวิร์ด"! ขอเพียงแค่ตอนที่เจ้าหน้าที่ ตม. เอ่ยปากพูด คุณจับคำศัพท์หลัก 3 คำนี้ได้ ก็จะรู้ทันทีว่าควรตอบอย่างไร:
- เมื่อได้ยิน "Purpose" (วัตถุประสงค์): ให้ตอบทันทีว่า "Vacation" (พักผ่อนท่องเที่ยว) หรือ "Business" (ทำงาน/ธุรกิจ)
- เมื่อได้ยิน "How long" (นานแค่ไหน): ให้ตอบทันทีว่า "For ... days" (อยู่เป็นเวลา... วัน)
- เมื่อได้ยิน "Declare" (สำแดง): หากไม่ได้พกสิ่งของต้องห้าม ให้ตอบเสียงดังฟังชัดว่า "Nothing to declare" (ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง)
เซฟบทความนี้เก็บไว้ในมือถือของคุณ แล้วหยิบขึ้นมาทบทวนอีกครั้งบนเครื่องบินก่อนที่เครื่องจะลงจอดในทริปหน้า รับรองว่าคุณจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างราบรื่นสุดๆ ขอให้ทุกคนเดินทางท่องเที่ยวอย่างมีความสุขนะ!