กลับไปยังบล็อก

ไปเที่ยวต่างประเทศไม่มีหลง! 8 รูปประโยคภาษาอังกฤษ "การถามทางและการเดินทาง" สำหรับเที่ยวเองในต่างแดน ช่วยคุณได้แน่ยามฉุกเฉิน!

ปิดเทอมหน้าร้อนมาถึงแล้ว! เชื่อว่าหัวใจของใครหลายคนคงบินไปต่างประเทศ เตรียมพร้อมสำหรับทริปเที่ยวด้วยตัวเองสุดมันส์กันแล้วใช่ไหมล่ะ? แต่ "บอสใหญ่" ที่น่ากลัวที่สุดของการเดินทางเที่ยวเอง คงหนีไม่พ้น "การหลงทางในต่างแดน" หรือ "ขึ้นรถผิดคันในสถานีรถไฟใต้ดินสุดซับซ้อน" แน่นอน การมองหน้าจอโทรศัพท์ที่จีพีเอสรวน ในขณะที่คนรอบข้างก็เดินขวักไขว่อย่างเร่งรีบ ความรู้สึกตื่นตระหนกแบบนั้น Loopy เข้าใจดีที่สุด! อย่าเพิ่งตกใจไป วันนี้ Loopy จะมาช่วยกู้วิกฤตความวิตกกังวลเรื่องการเดินทางในต่างประเทศให้ทุกคนเอง เพียงแค่จำประโยคถามทางและขึ้นรถที่ใช้ได้จริงและสุภาพสุดๆ เหล่านี้ไว้ ต่อให้บังเอิญหลงทาง ก็กลายเป็นเซียนถามทางภาษาอังกฤษได้ในหนึ่งวินาที พร้อมเดินทางถึงจุดหมายอย่างราบรื่นแน่นอน!

หลงทางซะแล้ว! จะขอความช่วยเหลือจากคนเดินผ่านไปมาอย่างสุภาพได้อย่างไร?

เวลาหลงทางในต่างประเทศ เรามักจะพูดจาโผงผางเกินไป หรือฟังดูเหมือนกำลังออกคำสั่งเพราะความตื่นตระหนก เรามาดูประโยคที่คนส่วนใหญ่มักจะหลุดพูดออกโดยไม่ตั้งใจกันก่อน:

  • Where is the train station? (สถานีรถไฟอยู่ที่ไหน?) -> ฟังดูเหมือนกำลังคาดคั้นอีกฝ่ายอยู่นะ!
  • Excuse me, could you point me in the direction of the train station? (ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยชี้บอกทางไปสถานีรถไฟให้หน่อยได้ไหมคะ/ครับ?)

การใช้ประโยค "Could you point me in the direction of...?" จะทำให้ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลและสุภาพมาก ความเต็มใจที่จะช่วยเหลือของคนที่เดินผ่านไปมาจะเพิ่มขึ้นทันที!

ถ้าคุณสับสนทิศทางจนหลงทางอย่างสมบูรณ์จริงๆ ก็สามารถยอมรับตรงๆ ได้เลย:

  • I lost my way. (ฉันทำทางของฉันหาย) -> นี่เป็นการแปลตรงตัวที่ไม่เป็นธรรมชาติเลยนะ!
  • I think I'm a bit lost. Could you help me? (ฉันคิดว่าฉันน่าจะหลงทางนิดหน่อยแล้วค่ะ/ครับ ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ/ครับ?)

ในภาษาอังกฤษ เราจะใช้ "get lost" หรือ "be lost" เพื่ออธิบายการหลงทาง การพูดว่า "I'm a bit lost" (ฉันหลงทางนิดหน่อย) จะฟังดูเป็นธรรมชาติมาก และกระตุ้นความมีน้ำใจของคนแถวนั้นได้ทันที

เช็กทิศทางก่อนขึ้นรถ! รถคันนี้ไปจุดหมายปลายทางของเราหรือเปล่า?

เมื่อไปถึงชานชาลา แล้วมองดูแผนที่เส้นทางอันยุ่งเหยิง มันง่ายมากที่จะเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต ก่อนขึ้นรถ ต้องยืนยัน "จุดหมาย" ของรถคันนี้กับเจ้าหน้าที่สถานีหรือผู้โดยสารข้างๆ ให้ดีเสียก่อน

  • Is this train going to Paris? (รถไฟคันนี้กำลังไปปารีสใช่ไหม?) -> ไวยากรณ์ถูกต้อง แต่คนท้องถิ่นมีวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติกว่านี้
  • Is this train bound for Paris? (รถไฟขบวนนี้มุ่งหน้าไปปารีสหรือเปล่าคะ/ครับ?)

"bound for..." เป็นวลีที่ปรากฏบ่อยมากๆ ในการประกาศการเดินทางและบทสนทนาในชีวิตประจำวัน หมายถึง "มุ่งหน้าไปทาง... / มีจุดหมายปลายทางคือ..." เมื่อเรียนรู้คำนี้แล้ว เวลาฟังประกาศที่ชานชาลาก็จะไม่มึนงงอีกต่อไป

ถ้าคุณต้องการยืนยันว่ารถคันนี้จะจอดที่สถานีย่อยเฉพาะแห่งหรือไม่ สามารถใช้ประโยคนี้ได้:

  • Does this bus stop at the central library? (รถบัสคันนี้จอดที่หอสมุดกลางไหมคะ/ครับ?)

บททดสอบการเปลี่ยนสาย! จะถามว่า "เปลี่ยนรถที่ไหน" อย่างไรดี?

การเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองในต่างประเทศ มักจะต้องเปลี่ยนจากรถไฟใต้ดินเป็นรถไฟ หรือจากรถบัสเป็นรถไฟใต้ดิน ในเวลาแบบนี้คำว่า "การเปลี่ยนสาย / การต่อรถ (transit / transfer)" จะได้ใช้งานทันที

  • Where do I change the train? (ฉันเปลี่ยนรถไฟที่ไหน?) -> ความหมายชัดเจน แต่มีคำศัพท์การเดินทางที่ดูมืออาชีพกว่านี้
  • Where should I transfer to the green line? (ฉันควรต่อรถไปสายสีเขียวที่ไหนคะ/ครับ?)

"transfer" เป็นกริยามาตรฐานสำหรับการเปลี่ยนสาย/ต่อพาหนะ หากคุณซื้อตั๋วเครื่องบินแบบเชื่อมต่อกันหรือตั๋วรถเดินทางระยะไกล ที่ต้องมีการแวะพักกลางทาง ก็สามารถใช้คำว่า "transit" ได้เช่นกัน:

  • I have a three-hour transit in Tokyo. (ฉันมีเวลาต่อเครื่อง/ต่อรถสามชั่วโมงที่โตเกียว)

เคล็ดลับการตัดสินใจในหนึ่งวินาที: "สูตรความสุภาพทองคำ" ถามทางอย่างไรไม่ให้แป้ก

เมื่ออยู่ต่างประเทศ ความสุภาพคือพาสปอร์ตที่ดีที่สุด Loopy สรุป "สูตรถามทางในหนึ่งวินาที" ที่จำง่ายมาให้ทุกคนแล้ว ครั้งต่อไปก่อนจะพูด ให้ลองนำสูตรนี้ไปประยุกต์ใช้ในหัว รับรองว่าคนที่เดินผ่านไปมาจะยินดีตอบคำถามคุณอย่างแน่นอน:

👉 Excuse me (คำขึ้นต้นอย่างสุภาพ) + I'm trying to get to... (อธิบายจุดหมายปลายทาง) + Could you tell me...? (เอ่ยขอความช่วยเหลือ)

  • ตัวอย่าง: Excuse me, I'm trying to get to the museum. Could you tell me which way to go? (ขอโทษนะคะ/ครับ ฉันกำลังจะไปพิพิธภัณฑ์ ช่วยบอกได้ไหมคะ/ครับว่าต้องไปทางไหน?)

บันทึกประโยคเหล่านี้ไว้ในโน้ตบนโทรศัพท์มือถือของคุณ แล้วช่วงปิดเทอมหน้าร้อนนี้ คุณก็สามารถออกเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองในต่างแดนได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวหลงทางอีกต่อไปแล้ว!