กลับไปยังบล็อก

เก่งประโยคคำสั่งได้ง่ายๆ: ออกคำสั่ง เชิญชวน เตือนสติ จบได้ในประโยคเดียว แค่เติม please ก็สุภาพไม่เสียมารยาท

เก่งประโยคคำสั่งในพริบตา: ออกคำสั่ง เชิญชวน เตือนใจ จบครบในประโยคเดียว แถมเติม please ก็ไม่เสียมารยาท

เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของภาษาอังกฤษ คุณจะพบว่ามีประโยคประเภทหนึ่งที่เจอได้ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง: Sit down. (นั่งลง) Don't worry. (ไม่ต้องกังวล) Come in, please. (เชิญเข้ามาครับ/ค่ะ) ประโยคเหล่านี้มีจุดร่วมเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ พวกมันไม่มีประธาน และขึ้นต้นด้วยคำกริยาโดยตรง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า**ประโยคคำสั่ง (imperatives)**

อย่าเพิ่งตกใจกับคำว่า "ประโยคคำสั่ง" ไป ประโยคประเภทนี้ใช้งานได้หลากหลายมาก: นอกจากการออกคำสั่งแล้ว ยังใช้สำหรับเชิญชวน เตือนใจ ให้คำแนะนำ หรือบอกทางได้อีกด้วย เมื่อเรียนรู้แล้ว คุณจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อบอกให้คนอื่นทำสิ่งต่างๆ หรือให้คำแนะนำได้ทันที แถมโครงสร้างยังง่ายแสนง่ายจนสบายใจได้เลย วันนี้เราจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้เคลียร์ในม้วนเดียว

ประโยคคำสั่งคืออะไร: ขึ้นต้นด้วยคำกริยารูปปกติ (Base Form) ทันที

โดยทั่วไป ประโยคภาษาอังกฤษจะต้องมีประธาน เช่น You sit down. แต่ประโยคคำสั่งนั้นพิเศษมาก: เนื่องจากคู่สนทนาก็คือ "คนที่กำลังฟังคุณพูดอยู่" จึงไม่จำเป็นต้องพูดประธาน you ออกมา สามารถขึ้นต้นด้วยคำกริยารูปปกติ (base form) ได้โดยตรง เลย

  • Sit down. (นั่งลง)
  • Open the window. (เปิดหน้าต่าง)
  • Listen carefully. (ตั้งใจฟังนะ)
  • Call me later. (โทรหาฉันทีหลังนะ)

เห็นไหมครับ/ค่ะ? คำที่ขึ้นต้นอย่าง sit, open, listen, call ล้วนแต่เป็นคำกริยารูปปกติ ทั้งสิ้น โดยไม่มีอะไรนำหน้าเลย นี่คือกฎข้อที่สำคัญที่สุดของประโยคคำสั่ง: คำแรกสุดต้องเป็นคำกริยารูปปกติ

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ: อย่าเติม s หลังคำกริยาเด็ดขาด แม้ว่าผู้ฟังจะมีเพียงคนเดียว คำกริยาในประโยคคำสั่งก็จะไม่เปลี่ยนรูปตาม

  • Open the door.
  • Opens the door.

ประโยคคำสั่งปฏิเสธ: เติม Don't ข้างหน้า

หากต้องการบอกให้ใคร "อย่าทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง" วิธีการก็ง่ายดายเช่นเดียวกัน: เพียงเติม Don't ไว้ข้างหน้าคำกริยารูปปกติ

  • Don't worry. (ไม่ต้องห่วง / อย่ากังวลเลย)
  • Don't be late. (อย่ามาสายนะ)
  • Don't touch that. (อย่าจับนั่นนะ)
  • Don't forget your keys. (อย่าลืมกุญแจล่ะ)

สังเกตไหมว่า การเตือนอย่างอ่อนโยนแบบ Don't worry. และ Don't be late. ที่จริงแล้วเป็นหนึ่งในคำพูดปลอบใจที่ได้ยินบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ ประโยคคำสั่งไม่จำเป็นต้องฟังดูดุดันเสมอไป ตรงกันข้าม Don't worry. กลับเต็มไปด้วยความห่วงใย

มีข้อผิดพลาดทั่วไปที่นี่เช่นกัน: สำหรับรูปปฏิเสธ ให้ใช้ Don't เสมอ อย่าใส่ not ไว้หน้าคำกริยาโดยตรง

  • Don't run. ✓ (อย่าวิ่ง)
  • Not run.

เติม please เพิ่มความสุภาพ: เวทมนตร์แห่งความนอบน้อม

การขึ้นต้นด้วยคำกริยารูปปกติเพียงอย่างเดียวอาจทำให้น้ำเสียงดูห้วนหรือตรงเกินไป หากต้องการให้ประโยคฟังดูสุภาพและมีมารยาท วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเติม please เข้าไป ซึ่งสามารถวางไว้ต้นประโยคหรือท้ายประโยคก็ได้

  • Please sit down. (เชิญนั่งค่ะ/ครับ)
  • Come in, please. (เชิญข้างในค่ะ/ครับ)
  • Please don't worry. (กรุณาอย่ากังวลเลยนะคะ/ครับ)

เมื่อวางไว้ท้ายประโยค อย่าลืมใส่เครื่องหมายจุลภาค (comma) ไว้ข้างหน้าด้วย: Close the door, please. (กรุณาปิดประตูด้วยค่ะ/ครับ)

เคล็ดลับง่ายๆ ที่นำไปใช้ได้จริง: ตราบใดที่คุณไม่แน่ใจว่ามันจะตรงเกินไปไหม ก็แค่เติม please เข้าไป ไม่ว่าจะในการบริการ การร้องขอ หรือการคุยกับคนที่ไม่สนิท การเติมคำนี้แทบจะไม่มีวันผิดพลาดเลย แค่เพิ่มมาคำเดียว โทนเสียงของทั้งประโยคก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

Let's: เชิญชวนให้ทำด้วยกัน

หากคุณต้องการพูดว่า "พวกเรามาทำสิ่งนี้ด้วยกันเถอะ" ให้ใช้ Let's (ซึ่งย่อมาจาก Let us) และตามด้วยคำกริยารูปปกติเช่นเดียวกัน

  • Let's go. (พวกเราไปกันเถอะ)
  • Let's eat. (พวกเรากินข้าวกันเถอะ)
  • Let's start. (พวกเราเริ่มกันเถอะ)
  • Let's take a break. (พวกเราพักกันสักหน่อยเถอะ)

ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่าง Let's และประโยคคำสั่งทั่วไปอยู่ที่ "ผู้ปฏิบัติ": ประโยคคำสั่งปกติคือการบอกให้อีกฝ่ายทำ (Sit down. คือคุณนั่งลง) ส่วน Let's คือการชวนคุณและอีกฝ่ายมาทำด้วยกัน (Let's sit down. คือพวกเรามานั่งลงด้วยกันเถอะ) น้ำเสียงของมันจะฟังสบายๆ เป็นกันเอง เหมาะมากสำหรับการเสนอทำกิจกรรมหรือชวนคนอื่นทำอะไรด้วยกัน

รูปปฏิเสธก็เข้าใจง่ายเช่นกัน เพียงเติม not หลัง Let's: Let's not argue. (พวกเราอย่าทะเลาะกันเลย)

เคล็ดลับการตัดสินใจ: ถามก่อนว่า "ใครเป็นคนทำ?"

การใช้งานประโยคคำสั่งทั้ง 4 แบบอาจดูเหมือนเยอะ แต่จริงๆ แล้วสามารถแบ่งประเภทได้อย่างชัดเจน ครั้งต่อไปที่คุณต้องการใช้ประโยคคำสั่ง ให้ถามตัวเองก่อนว่า: "เรื่องนี้ต้องการให้อีกฝ่ายทำ หรือต้องการให้พวกเราทำด้วยกัน?"

  • หากต้องการให้อีกฝ่ายทำ หรือบอกให้อย่าทำ → ขึ้นต้นด้วยคำกริยารูปปกติ รูปปฏิเสธเติม Don't: Sit down. / Don't worry.
  • หากต้องการทำด้วยกัน → ขึ้นต้นด้วย Let's: Let's go.
  • กลัวว่าจะตรงเกินไป → เติม please เข้าไป: Please come in.

และจดจำภาพนี้ไว้ให้ขึ้นใจ: ประโยคคำสั่งจะขึ้นต้นด้วย**"คำกริยารูปปกติเปล่าๆ"** เสมอ — ไม่มี to, ไม่มี s, ไม่มีประธาน เมื่อใดก็ตามที่คุณมีความคิดอยากจะเติมประธานหรือเปลี่ยนรูปคำกริยา ให้เตือนตัวเองว่า: ประโยคคำสั่งไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้น

ฝึกฝนอย่างไรใน Loopy

การทำความเข้าใจกฎเป็นเพียงก้าวแรก การจะใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วขึ้นอยู่กับการได้พบเจอในสถานการณ์จริงครั้งแล้วครั้งเล่า Loopy นำประโยคคำสั่งมารวมไว้ในสถานการณ์บทสนทนาจริง: พนักงานเสิร์ฟพูดว่า Have a seat, please. เพื่อนปลอบใจคุณว่า Don't worry about it. หรือมีคนชวนคุณว่า Let's grab a coffee. — ในระหว่างที่ฟัง คุณจะซึมซับได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเจ้าของภาษาใช้คำสั่งตอนไหน เติม please เมื่อไหร่ และใช้ Let's ชวนคุยในโอกาสใด

  • คอร์สเรียนตามระดับภาษา: เริ่มต้นตั้งแต่ระดับ A1 โดยแยกย่อยประโยคคำสั่งให้อยู่ในประโยคสั้นๆ ที่คุณรับมือได้ เรียนรู้ทีละนิด ไม่หนักสมองจนเกินไป
  • ฝึกฟังและพูดตาม: ฝึกพูดตามประโยค Sit down. และ Don't worry. เพื่อให้กล้ามเนื้อปากและสมองจดจำจังหวะการ "ขึ้นต้นด้วยคำกริยาโดยตรง" ซึ่งได้ผลดีกว่าการท่องจำกฎเฉยๆ มาก
  • ทบทวนด้วยเส้นโค้งการจดจำ (Memory Curve): คำว่า Don't และ Let's ที่คุณเพิ่งเข้าใจในวันนี้ Loopy จะส่งกลับมาให้คุณทบทวนในจังหวะที่คุณกำลังจะลืมพอดี เพื่อช่วยให้มันกลายมาเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบที่คุณพูดออกมาได้โดยไม่ต้องคิด
  • พจนานุกรมในตัว: หากเจอคำกริยาที่ไม่เข้าใจก็สามารถค้นหาได้ทันที มีทั้งประโยคตัวอย่างและการออกเสียงครบครัน แล้วจึงกลับเข้าสู่บทเรียนได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดตรงเกินไปหรือจำผิด ทุกครั้งที่คุณอ้าปากพูดคือโอกาสที่จะได้ฝึกฝนกฎนี้ให้คล่องแคล่วขึ้น คุณทำได้แน่นอน!