กลับไปยังบล็อก

"หายตัวไป" และ "ใส่ร้าย" ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร? รวมศัพท์การเมืองการทูตที่ต้องรู้ สำหรับอ่านข่าวสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เป็นยังไงกันบ้างครับ? ผม Loopy เองครับ! ปกติแล้วเวลาไถโทรศัพท์ ทุกคนมักจะเห็นข่าวสองฝั่งข้อพาทะเลาะกันอย่างดุเดือดอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมครับ? เมื่อไม่นานมานี้ สภาการกิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (MAC) ได้กล่าวถึงกรณีที่มีคนไต้หวันเดินทางไปจีนแล้ว "ขาดการติดต่อ" ซึ่งทางสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน (TAO) ก็ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่านี่คือ "การใส่ร้ายป้ายสีฉ้อฉล" เมื่อมองดูสงครามน้ำลายทางการเมืองที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับของทั้งสองฝ่าย คุณเคยสงสัยไหมครับว่า คำว่า "ขาดการติดต่อ", "ใส่ร้ายป้ายสี" หรือ "โต้แย้งข้อกล่าวหา" ที่ปรากฏในทีวีและหนังสือพิมพ์อยู่ทุกวันเหล่านี้ ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร?

ทุกครั้งที่ดูข่าว CNN หรือ BBC แล้วเจอคำศัพท์ทางการเมืองและการทูต คุณรู้สึกปวดหัวจนอยากจะไถผ่านไปเลยหรือเปล่า? ไม่ต้องกลัวครับ! วันนี้ Loopy จะพาทุกคนมาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในข่าวที่พบบ่อยเหล่านี้ในแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้มากที่สุด เรียนรู้ทีเดียวครบจบเลย ต่อไปเวลาดูข่าวระหว่างประเทศ คุณก็จะเข้าใจคำสำคัญได้ในทันที!

"ขาดการติดต่อ" สรุปแล้วควรใช้ lose contact หรือ go missing กันแน่?

เมื่อเราเห็นข่าวว่ามีคน "ขาดการติดต่อ" หรือ "ไม่ทราบที่อยู่" สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงโดยสัญชาตญาณอาจจะเป็น lose contact อย่างไรก็ตาม การใช้สองคำนี้ในบริบทของข่าวจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยครับ

"lose contact" มักจะหมายถึงการที่ทั้งสองฝ่าย "ขาดการติดต่อกัน ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ" เน้นไปที่สภาวะของ "การติดต่อที่หยุดชะงักลง" "go missing" จะพบได้บ่อยกว่าในข่าว หมายถึงการที่บุคคล "สูญหาย ไม่ทราบที่อยู่" ซึ่งแฝงความหมายถึงความวิตกกังวล และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุคคลนั้น

เรามาดูจุดบอดที่คนเรียนภาษาอังกฤษมักจะใช้ผิดกันบ่อยๆ ครับ:

  • He was lost contact in China. (นี่เป็นการแสดงออกที่ผิดไวยากรณ์)
  • We lost contact with him after he traveled to China. (พวกเราขาดการติดต่อกับหลังจากที่เขาเดินทางไปประเทศจีน)
  • Several Taiwanese citizens have gone missing recently. (พลเมืองไต้หวันหลายคนได้สูญหายไปเมื่อเร็วๆ นี้)

ในข่าวการทูตหรือข่าวตำรวจ หากรัฐบาลต้องการแสดงออกว่า "ขาดการติดต่อกับใครบางคน" มักจะใช้ "lose contact with [someone]" แต่ถ้าหมายถึงการที่จู่ๆ คนก็หายตัวไป ยังไม่ทราบชะตากรรม การใช้ "go missing" จะแม่นยำกว่าและให้ความรู้สึกเป็นภาษาข่าวมากกว่าครับ!

"ใส่ร้ายป้ายสี" ไม่ใช่ blacken! smear และ mudslinging คำศัพท์ที่ต้องมีในสงครามน้ำลายทางการเมือง

ทุกครั้งที่นักการเมืองทะเลาะกัน ข้อกล่าวหาที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ "คุณใส่ร้ายฉัน!" หรือ "นี่คือการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง!" เวลาแบบนี้ ห้ามแปลตรงตัวเป็น blacken (ทำให้ดำ) หรือ make me black เด็ดขาดนะครับ เพราะคนต่างชาติฟังแล้วจะงุนงงแน่นอน

ในภาษาอังกฤษ คำกริยาที่ใช้พูดถึง "การใส่ร้ายป้ายสี" ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดคือ smear คำนี้เดิมทีหมายถึง "ทา ป้าย หรือทำให้สกปรก" ในบริบททางการเมืองจะหมายถึง "การหมิ่นประมาท การใส่ร้าย หรือการขว้างสิ่งปฏิกูลใส่ผู้อื่น" อีกคำหนึ่งที่มีชีวิตชีวามากคือ mudslinging ให้ทุกคนลองจินตนาการภาพ "การขว้างปาโคลนใส่กัน (mud slinging)" ซึ่งคำนี้เป็นคำนามหมายถึง "การป้ายสีซึ่งกันและกัน การโจมตีด้วยความแค้นเคือง"

  • The government blackened our reputation.
  • The government smeared our reputation. (รัฐบาลได้ใส่ร้ายป้ายสีชื่อเสียงของพวกเรา)
  • We are tired of this political mudslinging. (พวกเราเหน็ดเหนื่อยกับสภาวะการป้ายสีทางการเมืองแบบนี้เต็มทีแล้ว)

ครั้งหน้าที่เห็นคำว่า smear campaign ในข่าวภาษาอังกฤษ คำนี้จะหมายถึง "การแคมเปญป้ายสี" ที่ทำอย่างเป็นระบบและมีแผนการ ซึ่งพบได้บ่อยมากในช่วงการเลือกตั้งครับ!

เมื่อต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง นักการทูต "โต้แย้ง" อย่างไร?

เมื่อฝ่ายหนึ่งถูกใส่ร้ายป้ายสี อีกฝ่ายก็ต้องออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อ "โต้แย้งข้อกล่าวหา" แน่นอน ในข้อสอบ TOEIC หรือภาษาอังกฤษในข่าว คำว่า "โต้แย้ง" และ "ข้อกล่าวหา" สองคำนี้เรียกได้ว่าเป็นคู่หูทองคำ ที่ต้องท่องจำไปเป็นชุดเลยครับ!

คำว่า "โต้แย้ง" เราจะใช้ refute หรือ deny ส่วน "ข้อกล่าวหา" มักจะใช้ allegation (มักหมายถึงข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน) หรือ accusation

  • They said the report is not true. (การพูดแบบนี้เป็นภาษาพูดมากเกินไป ไม่เป็นทางการพอ)
  • The spokesperson refuted the allegations of political interference. (โฆษกได้ปฏิเสธโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง)
  • She strongly denied the accusations made by the opposition party. (เธอได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากพรรคฝ่ายค้านอย่างแข็งกร้าว)

การใช้ refute allegations เพื่อแสดงถึง "การโต้แย้งข้อกล่าวหา" จะช่วยยกระดับภาษาอังกฤษของคุณให้กลายเป็นระดับมืออาชีพ B2 หรือ C1 ได้ทันที ซึ่งจะช่วยเพิ่มคะแนนได้อย่างมากในการเขียนหรือการอ่านข่าว


💡 สรุปประเด็นสำคัญ "เทคนิคการตัดสินในหนึ่งวินาที" ของ Loopy

หลังจากอ่านบทวิเคราะห์ภาษาอังกฤษในข่าววันนี้แล้ว รู้สึกไหมครับว่าจริงๆ แล้วภาษาอังกฤษในสงครามน้ำลายทางการเมืองไม่ได้ยากขนาดนั้น? Loopy ได้สรุป 3 ประเด็นหลักของวันนี้มาให้ทุกคนแล้ว ช่วยให้คุณจำได้ในหนึ่งวินาทีและไม่มีวันใช้ผิดอีกต่อไป:

  1. การขาดการติดต่อและการสูญหาย: หากต้องการสื่อถึง "การขาดการติดต่อ" ให้ใช้ lose contact with หากต้องการเน้นว่า "หาคนไม่เจอ สูญหาย" ให้ใช้ go missing
  2. ศิลปะแห่งการป้ายสี: คำกริยาให้ใช้ smear (ป้ายสิ่งสกปรก); คำนามให้ใช้ mudslinging (การขว้างโคลนใส่กัน)
  3. การโต้แย้งข้อกล่าวหา: สูตรสำเร็จที่นักการทูตต้องมี refute allegations (โต้แย้งข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน)

ติดตามข่าวสารเหตุการณ์ปัจจุบันให้มากๆ และบูรณาการภาษาอังกฤษเข้ากับชีวิตประจำวัน แล้วคุณจะพบว่าคำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นสามารถสร้างภาพในหัวได้อย่างชัดเจนจริงๆ ครั้งหน้าเวลาไถเจอข่าวสองฝั่งหรือข่าวต่างประเทศ ลองท้าทายตัวเองด้วยการดูว่าคุณสามารถหาคำเหล่านี้ในรายงานข่าวภาษาอังกฤษได้หรือไม่นะครับ! ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้า Bye-bye!