กลับไปยังบล็อก

วิธีทำแบบทดสอบจัดระดับ: วัดระดับ CEFR ของคุณได้ใน 5 นาที

วิธีทำแบบทดสอบวัดระดับ: วัดระดับ CEFR ของคุณใน 5 นาที

อยากเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ แต่ปัญหาแรกที่มักจะทำให้ติดขัดก็คือ "ฉันควรจะเริ่มเรียนจากตรงไหนดี" พอเปิดดูรายชื่อบทเรียน ทุกคอร์สก็ดูคล้ายๆ กันไปหมด คุณเลยได้แต่เลือกตามความรู้สึก — ผลลัพธ์คือถ้าเลือกยากเกินไป แค่เจอคำศัพท์ใหม่ไม่กี่ประโยคก็จมน้ำและเรียนด้วยความท้อแท้ หรือถ้าเลือกง่ายเกินไป ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่เลย และรู้สึกว่าเสียเวลาเปล่า

ต้นตอของปัญหานั้นง่ายมาก: คุณไม่รู้ระดับปัจจุบันของตัวเอง เมื่อไม่มีจุดเริ่มต้น ขั้นตอนต่อๆ ไปก็เหมือนกับการเดา

ระบุระดับก่อน แล้วค่อยเรียนจะประหยัดแรงที่สุด

ครูที่มีประสบการณ์เมื่อเจอผู้เรียนคนใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการทำความเข้าใจระดับภาษาของนักเรียนก่อน แล้วจึงค่อยจัดเตรียมเนื้อหา การเรียนรู้ด้วยตัวเองก็ใช้หลักการเดียวกัน: ระบุระดับของตัวเองให้ชัดเจนก่อน แล้วเส้นทางการเรียนรู้หลังจากนั้นจะปรากฏขึ้นมาเอง

Loopy ใช้ ระดับ CEFR ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลเพื่อช่วยระบุระดับของคุณ โดยแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ A1 (เริ่มต้น) ไปจนถึง C2 (เชี่ยวชาญ) นอกจากแบบทดสอบจะบอกระดับโดยรวมของคุณแล้ว ยังแบ่งออกเป็น การกระจายความสามารถใน 6 มิติ — เพื่อให้คุณเห็นว่าด้านไหนที่คุณแข็งแกร่ง และด้านไหนที่ต้องเสริม หลายคนอาจพบว่าทักษะ "การฟัง" และ "การอ่าน" ของตัวเองไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันเลย ซึ่งนี่แหละคือจุดบอดที่มองไม่เห็นเวลาคุณเลือกเรียนแบบสุ่มๆ

เมื่อระบุระดับได้แม่นยำแล้ว ระบบจึงจะสามารถ แนะนำบทเรียนและแบบฝึกหัดที่พอดีกับคุณ ได้ตามข้อมูลนั้น: ระดับความยากจะแนบชิดกับระดับของคุณ เรียนแล้วไม่ท้อแท้ และไม่เสียเวลาเปล่า

วิธีทำบน Loopy: 3 ขั้นตอนง่ายๆ

แบบทดสอบวัดระดับนั้นสั้นมาก ใช้เวลาทำเพียงประมาณ 5 นาที เท่านั้น โดยครอบคลุมคำถาม 4 รูปแบบ เพื่อวัดความสามารถของคุณจากมุมมองที่หลากหลาย:

  1. เปิดแบบทดสอบวัดระดับ: ไปที่หน้า "แบบทดสอบวัดระดับ" แล้วกดเริ่มเพื่อเริ่มทำข้อสอบ ในระหว่างการทดสอบ คุณจะได้พบกับ การทดสอบคำศัพท์ (รู้จำคำศัพท์นี้หรือไม่), การฟัง (ฟังออกหรือไม่ว่ากำลังพูดอะไร), การเติมคำในช่องว่าง (ควรเติมคำไหนลงในประโยค) และ การตอบด้วยประโยคสั้น (สร้างประโยคที่ถูกต้องด้วยตัวเอง) ตอบตามสัญชาตญาณของคุณได้เลย ข้อไหนไม่ได้ก็แค่ข้ามไป ไม่ต้องกังวล
  2. ดูผลลัพธ์ของคุณ: หลังจากส่งแบบทดสอบ ระบบจะคำนวณ ระดับ CEFR ของคุณ และแสดงผล การกระจายความสามารถใน 6 มิติ ให้เริ่มดูจากระดับโดยรวมก่อนว่าคุณอยู่ในระดับไหน แล้วค่อยดูว่ามิติไหนที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด — นั่นคือจุดที่คุ้มค่าที่สุดในการเสริมทักษะต่อไป
  3. เริ่มเรียนตามคำแนะนำ: เมื่อมีระดับแล้ว ระบบจะนำเสนอ บทเรียนและแบบฝึกหัดที่เหมาะสมกับคุณ มาให้ เลือกคอร์สเรียนจากรายการแนะนำเพื่อเริ่มต้นได้ทันที ระดับความยากได้รับการปรับให้ตรงกับคุณแล้ว ไม่ต้องสุ่มเดาอีกต่อไป

กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวล่วงหน้า และไม่มีคำว่าสอบผ่านหรือสอบตก — จุดประสงค์ของมันคือการพาคุณไปยังจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องเท่านั้น

สรุป

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษคือ การเรียนในระดับความยากที่ผิด: ยากเกินไปก็ต้องยอมแพ้ ง่ายเกินไปก็ย่ำอยู่กับที่ การมีระดับที่ต่ำไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย การสละเวลา 5 นาทีเพื่อทำแบบทดสอบวัดระดับ เพื่อวัดระดับ CEFR และการกระจายความสามารถใน 6 มิติ เปรียบเสมือนการให้ระบบช่วยวาดแผนที่การเรียนรู้ส่วนบุคคลให้กับคุณ หลังจากนั้น ทุกๆ ก้าวจะอยู่บนระดับความยากที่เหมาะสม และความก้าวหน้าจะเร็วขึ้นอย่างแน่นอน

หากคุณยังไม่เคยทดสอบระดับของตัวเอง ลองสละเวลา 5 นาทีตอนนี้เพื่อทำแบบทดสอบ และดูว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของคุณอยู่ที่ไหน